BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2553

บ้านจัดสรรยังไม่เริ่มสร้าง ผู้ซื้อหยุดผ่อนได้ ไม่ถือว่าผิดสัญญา

หลักที่ได้

แม้สัญญาจะไม่ได้กำหนดเวลาเริ่มก่อสร้างไว้ ผู้ขายก็ต้องลงมือก่อสร้างโดยพลันและให้เสร็จภายในเวลาอันสมควรตามหลักสุจริต เมื่อรับเงินไปแล้วยังไม่เริ่มสร้าง ผู้ซื้อย่อมมีสิทธิไม่ชำระค่างวดต่อไปเพราะเป็นสัญญาต่างตอบแทน และไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญา

ข้อเท็จจริงย่อ

ด. ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับจำเลยในโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโจทก์เคยประชุมและมีมติไว้แล้วว่าการที่จำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้บริโภค 9 ราย ในโครงการเดียวกันเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค และให้การดำเนินคดีรวมถึงผู้ร้องเรียนรายอื่นในลักษณะเดียวกันในภายหลังด้วย สัญญาไม่ได้กำหนดเวลาเริ่มลงมือก่อสร้างและเวลาก่อสร้างแล้วเสร็จไว้ ด. ชำระเงินให้จำเลยไปแล้วถึง 130,000 บาท แต่จำเลยยังไม่เริ่มลงมือก่อสร้างบ้าน ด. จึงไม่ชำระเงินค่างวดตั้งแต่งวดที่ 6 เป็นต้นไป

เหตุผลของศาล

  1. เรื่องของ ด. เป็นปัญหาพิพาทในโครงการเดียวกันและลักษณะเดียวกับที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเคยมีมติไว้แล้ว จึงไม่ต้องนำเรื่องเข้าประชุมอีก การฟ้องคดีของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค
  2. แม้สัญญาไม่ได้กำหนดเวลาเริ่มลงมือก่อสร้างและเวลาแล้วเสร็จไว้ ก็เห็นได้ว่าจำเลยต้องรีบลงมือก่อสร้างและก่อสร้างให้เสร็จภายในเวลาอันสมควรตามหลักสุจริต ไม่ใช่แล้วแต่ความพอใจของจำเลย
  3. จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องรีบลงมือก่อสร้างโดยพลัน
  4. เมื่อ ด. ชำระเงินไปแล้วถึง 130,000 บาท แต่จำเลยยังไม่เริ่มก่อสร้าง ด. ย่อมมีสิทธิไม่ชำระค่างวดต่อไปเพราะเป็นสัญญาต่างตอบแทน การไม่ชำระค่างวดตั้งแต่งวดที่ 6 จึงไม่ทำให้ ด. เป็นฝ่ายผิดสัญญา
  5. การดำเนินคดีในศาลของเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง จึงต้องคืนค่าขึ้นศาล ค่าส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้อง และค่าส่งคำบังคับให้แก่โจทก์

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่าง ด. ผู้บริโภคกับจำเลย เป็นปัญหาพิพาทเกี่ยวกับโครงการบ้านจัดสรรของจำเลยซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองบริโภคโจทก์เคยประชุมและมีมติไว้แล้วว่า การกระทำของจำเลยที่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้บริโภคจำนวน 9 รายในโครงการดังกล่าวของจำเลย เป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคเหล่านั้น เมื่อ ด. ยื่นเรื่องราวต่อโจทก์อันเป็นปัญหาพิพาทในโครงการเดียวกันของจำเลย เป็นเรื่องในลักษณะเดียวกับที่โจทก์เคยมีมติไว้แล้ว โจทก์จึงไม่จำต้องนำเรื่องราวของ ด. เข้าประชุมอีก เนื่องจากโจทก์ได้มีมติไว้แล้วว่าในการดำเนินคดีแก่จำเลยนั้นให้รวมถึงผู้บริโภครายอื่นที่จะมาร้องเรียนเพิ่มเติมในลักษณะเดียวกันในภายหลังด้วย การฟ้องร้องของโจทก์ในคดีนี้จึงชอบด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 10 (1) (7) และมาตรา 39

สัญญาจะซื้อจะขายมิได้กำหนดเวลาการเริ่มลงมือก่อสร้างและกำหนดเวลาการก่อสร้างแล้วเสร็จไว้ แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยต้องรีบลงมือก่อสร้างและก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควรอันเป็นไปตามหลักสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 มิใช่ขึ้นอยู่กับความพอใจจำเลยว่าจะเริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อใดก็ได้ แต่จำเลยมีหน้าที่ต้องรีบลงมือก่อสร้างโดยพลันตามมาตรา 203 เมื่อ ด. ผู้บริโภคได้ชำระเงินแก่จำเลยเป็นจำนวนถึง 130,000 บาท แต่จำเลยยังมิได้เริ่มลงมือก่อสร้างบ้าน ด. จึงมีสิทธิที่จะไม่ชำระเงินค่างวดแก่จำเลยได้เนื่องจากเป็นสัญญาต่างตอบแทนตามมาตรา 369 ดังนั้น การที่ ด. ไม่ชำระเงินค่างวดแก่จำเลยตั้งแต่งวดที่ 6 เป็นต้นไป ด. จึงไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา

การดำเนินคดีในศาลของเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2422 มาตรา 39 วรรคสอง จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นค่าส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้อง และค่าส่งคำบังคับ ซึ่งเป็นค่าฤชาธรรมเนียมที่ชำระมาให้แก่โจทก์

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 4 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ