คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14953/2555
ให้ถ้อยคำตอนยังไม่ถูกจับ ไม่ต้องแจ้งสิทธิ ใช้ประกอบพยานหลักฐานได้
หลักที่ได้
ถ้อยคำที่ผู้นั้นให้ไว้โดยสมัครใจในชั้นสืบสวนก่อนถูกจับกุมเป็นผู้ต้องหา ไม่ใช่ถ้อยคำในฐานะผู้ถูกจับ จึงไม่ต้องแจ้งสิทธิก่อน และรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้
ข้อเท็จจริงย่อ
หลังเกิดเหตุปล้นทรัพย์ เจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนทราบว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองกับพวกนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ จึงสืบหาที่พักของจำเลยที่ 1 แล้วนำจำเลยทั้งสองกับพวกอีก 2 คน มาสอบถามเหตุการณ์ว่ารู้เห็นเรื่องปล้นทรัพย์หรือไม่ จำเลยทั้งสองกับพวกยอมรับว่าพวกตนเป็นคนร้ายตามบันทึกคำให้การผู้ให้ถ้อยคำ จากนั้นพาเจ้าพนักงานตำรวจไปเอาของกลางที่ข้างหลังที่พักของจำเลยที่ 1 จำเลยต่อสู้ว่าถ้อยคำดังกล่าวรับฟังไม่ได้เพราะไม่ได้แจ้งสิทธิก่อน
เหตุผลของศาล
- การให้ถ้อยคำของจำเลยทั้งสองและการนำเจ้าพนักงานตำรวจไปเอาของกลาง เชื่อว่าเกิดจากความสมัครใจของจำเลยทั้งสองเอง
- ถ้อยคำดังกล่าวให้ไว้ก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะจับกุมจำเลยทั้งสองเป็นผู้ต้องหา
- เมื่อมีความผิดอาญาเกิดขึ้น ย่อมเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจที่จะสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานเพื่อหาตัวคนร้าย
- การให้ถ้อยคำในชั้นนี้จึงไม่ใช่การให้ถ้อยคำในฐานะผู้ถูกจับ ไม่จำต้องแจ้งสิทธิก่อน และนำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานของโจทก์ได้
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
หลังจากเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจทำการสืบสวนทราบว่า ในช่วงเวลาใกล้กับเวลาเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองกับพวกนั่งอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านเกิดเหตุ จึงสืบหาที่พักของจำเลยที่ 1 และนำจำเลยทั้งสองกับพวกอีก 2 คน มาสอบถามเหตุการณ์ว่ารู้เห็นเรื่องปล้นทรัพย์หรือไม่ จำเลยทั้งสองกับพวกยอมรับว่าพวกตนเป็นคนร้าย ตามบันทึกคำให้การผู้ให้ถ้อยคำ จากนั้นจำเลยทั้งสองกับพวกพาเจ้าพนักงานตำรวจไปเอาของกลางที่ข้างหลังที่พักของจำเลยที่ 1 ตามบันทึกการตรวจยึด การให้ถ้อยคำของจำเลยทั้งสองรวมทั้งการนำเจ้าพนักงานตำรวจไปเอาของกลาง เชื่อว่าเกิดจากความสมัครใจของจำเลยทั้งสอง การที่จำเลยทั้งสองให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานตำรวจตามบันทึกคำให้การผู้ให้ถ้อยคำ เป็นการกระทำก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะจับกุมจำเลยทั้งสองเป็นผู้ต้องหา ซึ่งในกรณีที่มีความผิดอาญาเกิดขึ้นย่อมเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจที่จะดำเนินการสืบสวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานในการหาตัวคนร้าย การที่จำเลยทั้งสองให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวจึงหาใช่เป็นการให้ถ้อยคำในฐานะผู้ถูกจับไม่ จึงไม่จำเป็นต้องมีการแจ้งสิทธิแก่จำเลยทั้งสองก่อนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 84 วรรคท้าย และสามารถนำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานของโจทก์ได้
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 4 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ