BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6969/2555

ไม่ได้ถูกหลอกเอง แต่ฟังต่อแล้วโอนเงินร่วมลงทุน ไม่ใช่ผู้เสียหาย

หลักที่ได้

ความผิดฐานฉ้อโกงต้องเกิดจากการหลอกลวงผู้นั้นโดยตรง ผู้ที่ฟังเรื่องต่อจากคนอื่นแล้วหลงเชื่อจนโอนเงินไปร่วมลงทุน ไม่ได้เสียหายจากการกระทำความผิดต่อตน จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย

ข้อเท็จจริงย่อ

จำเลยพูดหลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 1 ให้ร่วมลงทุน โดยไม่ได้พูดหลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 2 และไม่ได้มีเจตนาจะให้ได้ทรัพย์สินจากโจทก์ร่วมที่ 2 โจทก์ร่วมที่ 2 รับฟังเรื่องราวจากโจทก์ร่วมที่ 1 แล้วหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงประสงค์ร่วมลงทุนกับโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วย โดยโอนเงินผ่านธนาคารเข้าบัญชีของโจทก์ร่วมที่ 1 เพื่อส่งมอบให้แก่จำเลย ต่อมามีการดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ้อโกง

เหตุผลของศาล

  1. จำเลยพูดหลอกลวงเฉพาะโจทก์ร่วมที่ 1 เท่านั้น มิได้หลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 2
  2. จำเลยไม่ได้มีเจตนาจะให้ได้ทรัพย์สินไปจากโจทก์ร่วมที่ 2
  3. การที่โจทก์ร่วมที่ 2 รับฟังเรื่องต่อจากโจทก์ร่วมที่ 1 แล้วหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีของโจทก์ร่วมที่ 1 ไม่ได้เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญาของจำเลยต่อโจทก์ร่วมที่ 2
  4. โจทก์ร่วมที่ 2 จึงไม่เป็นผู้เสียหายในคดีนี้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

จำเลยพูดหลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 1 เท่านั้น จำเลยมิได้หลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 2 หรือเจตนาให้ได้ทรัพย์สินจากโจทก์ร่วมที่ 2 การที่โจทก์ร่วมที่ 2 รับฟังเรื่องราวจากโจทก์ร่วมที่ 1 แล้วหลงเชื่อว่าเป็นความจริงและประสงค์ร่วมลงทุนกับโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วย โดยโอนเงินผ่านธนาคารเข้าบัญชีโจทก์ร่วมที่ 1 เพื่อส่งมอบให้แก่จำเลยนั้น ไม่ได้เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญาของจำเลยต่อโจทก์ร่วมที่ 2 โจทก์ร่วมที่ 2 จึงไม่เป็นผู้เสียหายในคดีนี้

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 4 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ