คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3118/2559
ความผิดหลายกรรมหลายท้องที่เกี่ยวพันกัน ท้องที่ที่จับได้เป็นผู้รับผิดชอบสอบสวน
หลักที่ได้
ความผิดหลายกรรมที่กระทำลงในหลายท้องที่และเกี่ยวพันกัน พนักงานสอบสวนท้องที่ที่จับผู้ต้องหาได้เป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่กรณีกระทำนอกราชอาณาจักรอย่างเดียวที่ต้องให้อัยการสูงสุดรับผิดชอบ และปัญหาอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นในชั้นฎีกาได้
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยเหตุเกิดที่ตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวพันกัน จำเลยถูกจับเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2553 และถูกนำส่งพนักงานสอบสวนซึ่งทำการสอบสวนจนเสร็จ จำเลยเพิ่งยกขึ้นฎีกาว่าการสอบสวนไม่ชอบเพราะความผิดกระทำนอกราชอาณาจักร ต้องให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ โดยไม่ได้ยกขึ้นว่ากันในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
เหตุผลของศาล
- การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมที่กระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กันและเกี่ยวพันกัน
- กรณีเช่นนี้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคือพนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่จับจำเลยได้อยู่ในเขตอำนาจ
- ไม่ใช่กรณีความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยที่ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรแต่เพียงอย่างเดียว อันจะต้องให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
- เมื่อจับจำเลยได้แล้วนำส่งพนักงานสอบสวนซึ่งทำการสอบสวน การสอบสวนจึงชอบ และโจทก์มีอำนาจฟ้อง
- ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยเพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกาก็ไม่ต้องห้าม
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยเหตุเกิดที่ตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู และแขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวพันกัน จึงเป็นกรณีการกระทำของจำเลยเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรมกระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 19 (4) พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบจึงเป็นพนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่จับจำเลยได้อยู่ในเขตอำนาจ ไม่ใช่กรณีความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทยอย่างเดียว ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 20 ซึ่งอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ คดีนี้ตามฟ้องจับจำเลยได้เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2553 และนำส่งพนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนแล้ว การสอบสวนจึงเป็นไปโดยชอบ และโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะเพิ่งยกขึ้นฎีกา ไม่ได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 4 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ