BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4623/2562

ว่าจ้าง 3 คนขนยาเสพติดคราวเดียว แม้แบ่งกันซ่อนก็เป็นกรรมเดียวและฟ้องซ้ำไม่ได้

หลักที่ได้

ผู้ว่าจ้างให้คนหลายคนไปรับยาเสพติดรวมคราวเดียวมีเจตนาหลักให้ได้ของทั้งหมดครั้งเดียว การที่ผู้ขนแบ่งจำนวนกันเองเพื่อสะดวกซุกซ่อนไม่ทำให้ผู้ว่าจ้างมีหลายกรรม เมื่อคดีส่วนหนึ่งมีคำพิพากษาก่อนแล้ว สิทธินำคดีที่เป็นกรรมเดียวกันมาฟ้องอีกย่อมระงับ

ข้อเท็จจริงย่อ

จำเลยว่าจ้าง ร. ส. และ ป. จากสุราษฎร์ธานีไปรับเมทแอมเฟตามีนจาก ก. ในเมียนมาโดยไม่ระบุจำนวน มอบค่าเดินทาง 4,000 บาทและโทรศัพท์ 1 เครื่อง ยาถูกส่งรวมในถุงเดียว ทั้งสามแบ่งกันซ่อนในทวารหนักตามกำลังเป็น 759, 773 และ 968 เม็ดเพื่อเดินทางกลับพร้อมกัน คดีที่จำเลยถูกฟ้องร่วมกับ ป. มีคำพิพากษาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ก่อนคำพิพากษาคดีนี้วันที่ 8 มีนาคม 2560

เหตุผลของศาล

  1. จำเลยสั่งให้ทั้งสามไปรับยารวมกันและต้องการได้ของทั้งหมดไว้ในครอบครองคราวเดียว ไม่ได้สั่งแยกจำนวนรายบุคคล
  2. การแบ่งยาเป็นเศษจำนวนเกิดจากผู้ขนตกลงกันเองเพื่อสะดวกซุกซ่อนและนำเข้าพร้อมกัน จึงไม่เปลี่ยนเจตนาเดียวของจำเลยเป็นหลายกรรม
  3. เมื่อคดีที่ฟ้องร่วมกับหนึ่งในผู้ขนซึ่งเป็นกรรมเดียวกันมีคำพิพากษาก่อนแล้ว สิทธินำคดีอาญากรรมเดียวกันมาฟ้องอีกระงับและเป็นฟ้องซ้ำ

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยว่าจ้าง ร. ส. และ ป. เดินทางจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อไปรับเมทแอมเฟตามีนจาก ก. ที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อนำไปส่งมอบแก่จำเลยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมิได้ระบุจำนวนเมทแอมเฟตามีน และจำเลยได้มอบเงินค่าเดินทางรวม 4,000 บาท พร้อมโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง ให้ ป. ไว้เพื่อใช้ร่วมกัน ตามพฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาให้ ร. ส. และ ป. เดินทางไปรับมอบเมทแอมเฟตามีนจาก ก. ด้วยกัน อีกทั้งเมทแอมเฟตามีนที่ ก. ส่งมอบให้ ป. บรรจุรวมกันอยู่ในถุงลูกอม 1 ถุง ซึ่งขณะรับมอบ ร. และ ส. ก็อยู่ด้วย หลังจากนั้นจึงพากันเข้าห้องน้ำสาธารณะที่ตลาดในจังหวัดท่าขี้เหล็ก แล้วแบ่งเมทแอมเฟตามีนระหว่างกันเองซุกซ่อนในทวารหนัก ซึ่ง ร. รับไว้ 759 เม็ด ส. รับไว้ 773 เม็ด และ ป. รับไว้ 968 เม็ด โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยสั่งให้แบ่งแยกเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวตามรายตัว ทั้งลักษณะของการแบ่งเมทแอมเฟตามีนก็เป็นเศษจำนวน เชื่อว่าเป็นการตกลงแบ่งกันเองตามกำลังความสามารถของแต่ละคนที่จะซุกซ่อนในทวารหนักได้ อันเป็นการกระทำเพื่อความสะดวกในการลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรเท่านั้น ซึ่งหาก ร. ส. และ ป. ร่วมกันนำเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่แบ่งแยกจำนวน การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว ดังนั้น การแบ่งแยกเมทแอมเฟตามีนในระหว่างกันเองของ ร. ส. และ ป. เพื่อความสะดวกในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรพร้อมกันเช่นนี้ ย่อมไม่มีผลทำให้การกระทำของจำเลยกลายเป็นความผิดหลายกรรมไปได้ เพราะเจตนาหลักของจำเลยเพียงประสงค์จะได้เมทแอมเฟตามีนทั้งหมดมาไว้ในครอบครองคราวเดียวกัน โดยไม่ได้คำนึงถึงวิธีการที่ ร. กับพวก จะลักลอบนำเข้ามาแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันกระทำความผิดกับ ป. ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 735/2560 ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีนี้เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าว

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ