คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2562
ซื้อทรัพย์จากขายทอดตลาดโดยไม่สุจริต ไม่ได้รับความคุ้มครองและขอออกคำบังคับไม่ได้
หลักที่ได้
ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดที่มีส่วนรู้เห็นในการทำสัญญาประนีประนอมและบังคับคดี ย่อมเป็นการซื้อโดยไม่สุจริต จึงไม่ได้รับความคุ้มครองและไม่มีอำนาจขอให้ออกคำบังคับขับไล่
ข้อเท็จจริงย่อ
ผู้ร้องอ้างว่าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจากจำเลยเมื่อปี 2545 ราคา 800,000 บาท ชำระราคาครบถ้วนและได้รับต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์มาตั้งแต่ปี 2546 แต่เมื่อจำเลยไม่จดทะเบียนโอนให้ ผู้ร้องกลับไม่ฟ้องบังคับตามสัญญา แต่ไปประมูลซื้อที่ดินแปลงเดียวกันจากการขายทอดตลาดในคดีที่โจทก์บังคับคดีแก่จำเลย โดยต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 3,100,000 บาท ทั้งที่โจทก์ทราบดีว่าผู้คัดค้านปลูกบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินและมีรั้วล้อมรอบมานาน 20 ปีเศษ
เหตุผลของศาล
- พฤติการณ์ของผู้ร้องและโจทก์มีพิรุธน่าสงสัย เชื่อว่าผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นในการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและการบังคับคดียึดที่ดินออกขายทอดตลาดให้ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อ
- การที่ผู้ร้องไม่ใช้สิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ชำระราคาครบแล้ว แต่กลับไปประมูลซื้อโดยต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกกว่าสามล้านบาท มิใช่วิสัยของบุคคลทั่วไป
- ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าผู้ร้องซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริต ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองและไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ออกคำบังคับขับไล่ผู้คัดค้าน
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
คดีนี้พฤติการณ์ของผู้ร้องและโจทก์มีพิรุธน่าสงสัย เชื่อว่าผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นในการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1440/2548 ของศาลจังหวัดจันทบุรี และบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ข.) เลขที่ 611 ของจำเลยออกขายทอดตลาดโดยให้ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อและบังคับขับไล่ผู้คัดค้านออกจากที่ดิน ทั้งที่โจทก์ทราบดีว่าผู้คัดค้านปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินพิพาทและมีรั้วกำแพงล้อมรอบมานาน 20 ปีเศษแล้ว ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ข.) เลขที่ 611 จากจำเลยเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2545 ในราคา 800,000 บาท ได้ชำระราคาที่ดินให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว โดยจำเลยได้มอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ร้องแล้วตั้งแต่ปี 2546 หากจำเลยไม่จดทะเบียนโอนสิทธิการครอบครองที่ดินให้ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าว ผู้ร้องย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่ผู้ร้องมิได้ใช้สิทธิฟ้อง กลับมาประมูลซื้อที่ดินของจำเลยจากการขายทอดตลาดซึ่งต้องใช้เงินเพิ่มอีก 3,100,000 บาท อันมิใช่วิสัยของบุคคลทั่วไป ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริต ผู้ร้องจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเพื่อให้ออกคำบังคับผู้คัดค้านและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี (เดิม)
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ