คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5233/2563
คดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาที่ถึงที่สุด
หลักที่ได้
ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาซึ่งถึงที่สุดแล้ว และเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ข้อเท็จจริงย่อ
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท โดยบรรยายว่าซื้อที่ดินซึ่งเดิมเป็นที่ดินมือเปล่ามาจากผู้คัดค้านและครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและฟ้องแย้ง ทั้งสองฝ่ายยังโต้แย้งความเป็นเจ้าของกันอยู่ ปรากฏว่ามีคำพิพากษาคดีอาญาของศาลชั้นต้นซึ่งวินิจฉัยโดยชัดแจ้งว่าผู้ร้องคดีนี้เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท
เหตุผลของศาล
- การที่ผู้ร้องอ้างว่าซื้อที่ดินมาจากผู้คัดค้าน มีผลเพียงทำให้ผู้ร้องไม่อาจอ้างการได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ได้ ไม่ใช่กรณีที่ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง ฟ้องแย้งจึงไม่ตกไป
- คำพิพากษาคดีอาญาเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ศาลฎีกาเรียกมาเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมได้
- เมื่อคดีอาญาวินิจฉัยชัดแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง คดีส่วนแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามนั้น ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เอง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
การที่ผู้ร้องบรรยายคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยอ้างว่า ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทซึ่งเดิมเป็นที่ดินมือเปล่ามาจากผู้คัดค้านและได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา เป็นผลเพียงให้ผู้ร้องไม่อาจอ้างการได้มาซึ่งที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1382 ได้ ไม่ใช่กรณีที่ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอ และคดียังคงมีตัวผู้ร้องตามคำร้องและฟ้องแย้ง เมื่อผู้ร้องและผู้คัดค้านยังโต้แย้งความเป็นเจ้าของในที่ดินพิพาทอยู่ คดีจึงยังมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องหรือของผู้คัดค้าน ฟ้องแย้งหาตกไปไม่คำพิพากษาในคดีอาญาของศาลชั้นต้นเป็นพยานหลักฐานสำคัญอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีที่ศาลฎีกาเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องเรียกมาเป็นพยานหลักฐานเพิ่มเติมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นในคดีอาญาดังกล่าววินิจฉัยไว้โดยชัดแจ้งว่า ผู้ร้องในคดีนี้ซึ่งเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาดังกล่าวเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทในคดีนี้ ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาซึ่งถึงที่สุดแล้วตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคสอง ประกอบมาตรา 252
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ