BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1184 - 1187/2565

รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านธนาคารทางอินเทอร์เน็ตเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ลูกจ้างโอนเงินเกินคำสั่งเป็นใช้โดยมิชอบ

หลักที่ได้

ข้อมูลบัญชีเงินฝากพร้อมรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านที่ใช้ทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมาย การที่ลูกจ้างซึ่งได้รับมอบให้ทำธุรกรรมตามคำสั่ง นำไปโอนเงินโดยไม่ได้รับคำสั่ง ย่อมเป็นการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์ร่วมเปิดบัญชีเงินฝากและธนาคารให้รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านแก่โจทก์ร่วม ซึ่งโจทก์ร่วมใช้ข้อมูลบัญชีเงินฝาก รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านบนโปรแกรมทางอินเทอร์เน็ตเพื่อชำระค่าสินค้า ค่าบริการ ชำระหนี้อื่นแทนเงินสด โอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่น เบิกถอนเงินสด หรือทำธุรกรรมอย่างอื่น โจทก์ร่วมบอกข้อมูลบัญชี รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้าง เพื่อให้ทำธุรกรรมแทนตามที่โจทก์ร่วมสั่งหรือมอบหมาย ต่อมาจำเลยที่ 2 ใช้ข้อมูลดังกล่าวโอนเงินจากบัญชีของโจทก์ร่วมไปยังบัญชีของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ร่วมไม่ได้สั่งหรือมอบหมายและไม่ได้ยินยอม ทำให้โจทก์ร่วมสูญเสียเงินฝากในบัญชี

เหตุผลของศาล

  1. การที่โจทก์ร่วมใช้ข้อมูลบัญชีเงินฝาก รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านบนโปรแกรมทางอินเทอร์เน็ตเพื่อชำระค่าสินค้า ค่าบริการ โอนเงิน เบิกถอนเงินสด หรือทำธุรกรรมอื่น ถือได้ว่าเป็นการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามความหมายของกฎหมาย
  2. ข้อมูลบัญชี รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านเป็นข้อตกลงระหว่างธนาคารกับโจทก์ร่วม ซึ่งโจทก์ร่วมต้องเก็บรักษาเป็นความลับมิให้ผู้ใดล่วงรู้
  3. การที่โจทก์ร่วมบอกข้อมูลดังกล่าวแก่จำเลยที่ 2 ในฐานะลูกจ้าง ก็เพื่อให้ทำธุรกรรมแทนตามที่สั่งหรือมอบหมายเท่านั้น มิใช่ให้นำไปใช้เกินกว่าที่สั่งหรือมอบหมาย
  4. เมื่อจำเลยที่ 2 โอนเงินจากบัญชีของโจทก์ร่วมไปยังบัญชีของจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้รับคำสั่งและโจทก์ร่วมไม่ยินยอม จนโจทก์ร่วมสูญเสียเงินฝาก จึงเป็นการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของโจทก์ร่วมโดยมิชอบ

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

โจทก์ร่วมเปิดบัญชีเงินฝาก ธนาคารให้รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านแก่โจทก์ร่วม ซึ่งโจทก์ร่วมใช้ข้อมูลบัญชีเงินฝาก รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านบนโปรแกรมทางอินเทอร์เน็ตในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ ชำระหนี้อื่นแทนการชำระเงินสด ใช้โอนเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ร่วมไปยังบัญชีเงินฝากของบุคคลอื่น ใช้ในการเบิกถอนเงินสด หรือใช้ในธุรกรรมอย่างอื่น ถือได้ว่าเป็นการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามความหมายของมาตรา 1 (14) (ข) แห่ง ป.อ.

ข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคาร รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านที่โจทก์ร่วมได้รับมา เป็นข้อตกลงระหว่างธนาคารและโจทก์ร่วมในการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยโจทก์ร่วมต้องเก็บรักษาเป็นความลับของตนมิให้ผู้ใดล่วงรู้ การที่โจทก์ร่วมให้จำเลยที่ 2 ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยการบอกข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคาร รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านแก่จำเลยที่ 2 ในฐานะลูกจ้าง ก็เพื่อให้ทำธุรกรรมบนโปรแกรมทางอินเทอร์เน็ตแทนโจทก์ร่วมให้เป็นไปตามที่โจทก์ร่วมสั่งหรือมอบหมายให้ทำ หาใช่นำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้เกินกว่าที่โจทก์ร่วมสั่งหรือมอบหมายให้ทำไม่ การที่จำเลยที่ 2 ใช้ข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคาร รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านของโจทก์ร่วมโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ร่วมไปยังบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ร่วมไม่ได้สั่งหรือมอบหมายให้ทำ ย่อมเป็นการทำโดยไม่มีอำนาจและโจทก์ร่วมไม่ได้ยินยอม ทำให้โจทก์ร่วมได้รับความเสียหายสูญเสียเงินฝากในบัญชี จึงเป็นการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของโจทก์ร่วมโดยมิชอบ

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ