คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1664/2565
เอาฮาร์ดดิสก์ไปเพื่อทำลายหลักฐานก็เป็นทุจริต แต่ใช้กำลังก่อนเกิดเจตนาลัก ไม่เป็นปล้นทรัพย์
หลักที่ได้
การกระทำโดยทุจริตไม่จำกัดเฉพาะการแสวงหาประโยชน์เกี่ยวกับทรัพย์ การเอาทรัพย์ไปเพื่อทำลายหลักฐานก็เป็นการตัดกรรมสิทธิ์และเป็นทุจริต แต่ถ้าการใช้กำลังประทุษร้ายเกิดก่อนและไม่ได้ทำเพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์ ก็ไม่เป็นปล้นทรัพย์
ข้อเท็จจริงย่อ
จำเลยทั้งสามไปที่ร้านที่เกิดเหตุในเวลากลางคืนโดยอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ขอตรวจค้นและใส่กุญแจมือโจทก์ร่วมไพล่หลังเพื่อไม่ให้โจทก์ร่วมขัดขืนหรือหลบหนี แล้วเอาฮาร์ดดิสก์ของโจทก์ร่วมไปโดยศาลอุทธรณ์รับฟังเป็นยุติว่าจำเลยทั้งสามมีเจตนาเอาไปเพื่อไม่ให้โจทก์ร่วมมีหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดของตนหรือเพื่อทำลายหลักฐาน โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน
เหตุผลของศาล
- คำว่าโดยทุจริตหมายถึงเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น มิได้จำกัดว่าต้องเป็นการแสวงหาประโยชน์เกี่ยวกับทรัพย์เท่านั้น
- เมื่อจำเลยทั้งสามเอาฮาร์ดดิสก์ไปเพื่อไม่ให้โจทก์ร่วมมีหลักฐานหรือเพื่อทำลายหลักฐาน จึงเป็นการเอาทรัพย์ไปในลักษณะตัดกรรมสิทธิ์และเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการลักทรัพย์โดยทุจริต
- การอ้างเป็นเจ้าพนักงาน ขอตรวจค้น และใส่กุญแจมือ ทำไปเพื่อไม่ให้โจทก์ร่วมขัดขืนหรือหลบหนี มิได้ทำเพื่อเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดฐานชิงทรัพย์
- เจตนาลักฮาร์ดดิสก์เกิดขึ้นภายหลัง การใช้กำลังประทุษร้ายจึงไม่ใช่เพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์ การกระทำจึงไม่เป็นปล้นทรัพย์ แต่เป็นความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงานและโดยมีหรือใช้อาวุธปืน
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ตามมาตรา 1 (1) แห่ง ป.อ. กำหนดบทนิยามคำว่า "โดยทุจริต" หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น การกระทำโดยทุจริตจึงมิได้จำกัดว่าต้องเป็นการแสวงหาประโยชน์เกี่ยวกับทรัพย์เท่านั้น เมื่อศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสามมีเจตนาเอาฮาร์ดดิสก์ของโจทก์ร่วมไปเพื่อไม่ให้โจทก์ร่วมมีหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดของตนหรือเป็นการเอาไปเพื่อทำลายหลักฐาน จึงเป็นการเอาทรัพย์นั้นไปในลักษณะตัดกรรมสิทธิ์ และถือว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองอันเป็นการลักทรัพย์ของโจทก์ร่วมไปโดยทุจริตแล้ว
การที่จำเลยทั้งสามไปที่ร้านที่เกิดเหตุโดยอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดขอตรวจค้นและใส่กุญแจมือโจทก์ร่วมไพล่หลังมิได้กระทำเพื่อเหตุใดเหตุหนึ่งตามมาตรา 339 (1) ถึง (5) ในการที่จะเอาฮาร์ดดิสก์ของโจทก์ร่วมไป แต่เป็นการทำเพื่อไม่ให้โจทก์ร่วมขัดขืนหรือหลบหนี ดังนั้น การลักเอาฮาร์ดดิสก์ของโจทก์ร่วมไปจึงเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นในภายหลัง การใช้กำลังประทุษร้ายโจทก์ร่วมจึงไม่ใช่เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้นยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือให้พ้นจากการจับกุม อันจะเป็นความผิดข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน แต่เป็นเพียงความผิดข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงานและโดยมีหรือใช้อาวุธปืน
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ