BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2648/2565

ช่วยลากทรัพย์ที่รู้ว่าได้มาจากการลักทรัพย์ เป็นรับของโจร ฟ้องลักทรัพย์ก็ลงโทษได้

หลักที่ได้

การรับไว้และช่วยพาเอาไปซึ่งทรัพย์ที่รู้ได้ว่ามาจากการลักทรัพย์ ครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจร และเมื่อข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความต่างจากฟ้องเรื่องลักทรัพย์โดยไม่ใช่ข้อสาระสำคัญและจำเลยไม่หลงต่อสู้ ศาลลงโทษฐานรับของโจรได้

ข้อเท็จจริงย่อ

โรงแรมของผู้เสียหายปิดกิจการตั้งแต่ปี 2559 และปักป้ายห้ามเข้า ห้ามบุกรุก ปิดกิจการ โดยไม่มีผู้รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ ในเวลากลางคืนอันเป็นยามวิกาล จำเลยขับรถจักรยานยนต์สามล้อผ่านหน้าโรงแรม อ. ร้องเรียกให้จำเลยช่วยลากรถเข็นล้อเลื่อนซึ่งบรรทุกบานประตูไม้อัดยางช่องชาร์ปจำนวนถึง 14 บาน กลับบ้าน โดย อ. เบิกความตอบคำถามค้านว่าไปนำบานประตูไม้จากโรงแรมโดยไม่ได้ขออนุญาตจากผู้ใด โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกับพวกลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ จำเลยไม่ได้หลงต่อสู้

เหตุผลของศาล

  1. โรงแรมปิดกิจการและปักป้ายห้ามเข้ามาแล้ว สุจริตชนทั่วไปย่อมไม่เข้าไปในบริเวณดังกล่าว
  2. เมื่อเหตุเกิดเวลากลางคืน ทรัพย์มีจำนวนมากถึง 14 บาน และผู้นำมาก็ยอมรับว่าไม่ได้ขออนุญาตผู้ใด จำเลยย่อมต้องตระหนักถึงความไม่สุจริตและรับรู้ถึงความผิดปกติของแหล่งที่มาว่าเป็นทรัพย์ที่ได้จากการลักทรัพย์
  3. การที่จำเลยรับไว้และช่วยพาเอาไปเสียซึ่งทรัพย์ดังกล่าว จึงครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจร
  4. แม้โจทก์ฟ้องฐานลักทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างจากฟ้องโดยไม่ใช่ข้อแตกต่างในข้อสาระสำคัญ และจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลฎีกาจึงลงโทษฐานรับของโจรตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

โรงแรมของผู้เสียหายปิดกิจการตั้งแต่ปี 2559 ทั้งปักป้ายมีข้อความระบุว่า "ห้ามเข้า ห้ามบุกรุก ปิดกิจการ" และไม่มีผู้รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ สุจริตชนโดยทั่วไปย่อมไม่เข้าไปในบริเวณดังกล่าว ช่วงเวลาเกิดเหตุ จำเลยขับรถจักรยานยนต์สามล้อผ่านหน้าโรงแรมของผู้เสียหาย อ.ร้องเรียกให้จำเลยช่วยลากรถเข็นล้อเลื่อนซึ่งบรรทุกบานไม้อัดยางช่องชาร์ปกลับบ้าน เมื่อเหตุเกิดเวลากลางคืนอันเป็นยามวิกาล ซึ่ง อ. พยานจำเลยเบิกความตอบคำถามค้านโจทก์ว่า พยานไปนำบานประตูไม้จากโรงแรม ร. ไม่ได้ขออนุญาตจากผู้ใด บานประตูไม้อัดยางช่องชาร์ปที่ อ. นำมามีจำนวนมากถึง 14 บาน จำเลยย่อมต้องตระหนักถึงความไม่สุจริตของ อ. และรับรู้ถึงความผิดปกติเกี่ยวกับแหล่งที่มาของบานประตูไม้อัดยางช่องชาร์ปว่าต้องเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการรับไว้ด้วยประการใด ๆ และช่วยพาเอาไปเสียซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ครบองค์ประกอบเป็นความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 แล้ว แม้คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกับพวกลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมตาม ป.อ. มาตรา 334, 335, 336 ทวิ แต่เมื่อศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานรับของโจร อันเป็นกรณีซึ่งข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างจากที่กล่าวมาในคำฟ้อง แต่ไม่ใช่ข้อแตกต่างในข้อสาระสำคัญ ทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตามข้อเท็จจริงซึ่งพิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม ประกอบมาตรา 225

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ