BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2565

การกระทำส่วนหนึ่งเกิดนอกราชอาณาจักร ถือว่าผิดในราชอาณาจักรทั้งสิ้น ไม่ต้องให้อัยการสูงสุดสอบสวน

หลักที่ได้

เมื่อฟ้องระบุสถานที่เกิดเหตุในประเทศไทย และแม้บางส่วนของการกระทำอาจเกิดนอกราชอาณาจักรก็ถือว่าความผิดได้กระทำในราชอาณาจักรทั้งสิ้น จึงไม่ต้องให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ส่วนการสืบพยานก่อนฟ้องในคดีค้ามนุษย์ไม่มีเงื่อนไขต้องรอให้ฝ่ายจำเลยมาถามค้าน

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์บรรยายฟ้องถึงรายละเอียดการกระทำผิดของจำเลย เวลา สถานที่ และบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้อง โดยระบุสถานที่เกิดเหตุในประเทศไทย มิได้ระบุว่าเกิดนอกราชอาณาจักร แม้ฟ้องจะกล่าวถึงการหลอกลวงผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นคนสัญชาติลาว จนผู้เสียหายที่ 2 นำพาผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นคนสัญชาติลาวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยให้จำเลยรับไว้ที่จังหวัดหนองคาย ก็ไม่ปรากฏรายละเอียดการกระทำของจำเลยนอกราชอาณาจักร นอกจากนี้ในชั้นสืบพยานก่อนฟ้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ไม่มีการแจ้งให้ผู้ต้องหา จำเลย หรือทนายมาถามค้านผู้เสียหาย จำเลยจึงต่อสู้ว่าการสอบสวนไม่ชอบเพราะไม่ได้ให้อัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบ และคำเบิกความในชั้นสืบพยานก่อนฟ้องรับฟังไม่ได้

เหตุผลของศาล

  1. คำฟ้องระบุสถานที่เกิดเหตุในประเทศไทยและไม่ปรากฏรายละเอียดการกระทำของจำเลยนอกราชอาณาจักร
  2. แม้หากมีการหลอกลวงนอกราชอาณาจักร ก็เป็นเพียงการตระเตรียม พยายาม หรือการกระทำส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ซึ่งกฎหมายให้ถือว่าความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักรทั้งสิ้น
  3. กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติที่ให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
  4. การสืบพยานก่อนฟ้องในคดีค้ามนุษย์ไม่มีเงื่อนไขให้ต้องรอหรือแจ้งผู้ต้องหา จำเลย หรือทนายมาถามค้านก่อน เพราะศาลต้องสืบพยานทันทีที่ได้รับคำร้องและเป็นผู้ไต่สวนค้นหาความจริงรวมถึงถามค้านแทนฝ่ายผู้ต้องหาหรือจำเลย ทั้งแม้มีฝ่ายจำเลยมาศาลก็อาจไม่อนุญาตให้ถามค้าน การไม่ได้ถามค้านจึงไม่ทำให้คำเบิกความรับฟังไม่ได้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

คำฟ้องโจทก์บรรยายถึงรายละเอียดการกระทำผิดของจำเลยข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา สถานที่ ทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้อง โดยระบุสถานที่เกิดเหตุในประเทศไทย มิได้ระบุว่าสถานที่เกิดเหตุนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด แม้ตามฟ้องมีการระบุถึงการกระทำที่หลอกลวงผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นคนสัญชาติลาว และผลการหลอกลวงผู้เสียหายที่ 2 ได้นำพาผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นคนสัญชาติลาว เข้ามาในราชอาณาจักรไทยให้จำเลยรับไว้ที่จังหวัดหนองคายก็ตาม ก็ไม่ปรากฏรายละเอียดในฟ้องถึงการกระทำของจำเลยนอกราชอาณาจักร และแม้หากมีการหลอกลวงของจำเลยต่อผู้เสียหายที่ 2 นอกราชอาณาจักร ก็เป็นเพียงการตระเตรียม พยายาม หรือการกระทำส่วนหนึ่งเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรเท่านั้น ซึ่งตาม ป.อ. มาตรา 5 ให้ถือว่าความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักรทั้งสิ้น กรณีจึงไม่ต้องด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 20 ที่บัญญัติ ให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ

การสืบพยานก่อนฟ้องตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 31 ไม่มีเงื่อนไขให้ต้องรอหรือแจ้งผู้ต้องหา จำเลย หรือทนายมาถามค้านก่อนสืบพยานแต่อย่างใด เพราะศาลต้องสืบพยานทันทีที่ได้รับคำร้องและเป็นผู้ไต่สวนค้นหาความจริงรวมถึงถามค้านแทนฝ่ายผู้ต้องหาหรือจำเลย และแม้หากมีจำเลยหรือทนายมา ศาลก็อาจไม่อนุญาตให้ถามค้านก็ได้ การมิได้ถามค้านจึงมิใช่เหตุที่ทำให้คำเบิกความของผู้เสียหายในชั้นสืบพยานก่อนฟ้องรับฟังไม่ได้

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ