คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3690/2565
มีคำพิพากษาตามยอมเรื่องหนี้และจำนองแล้ว ต้องบังคับคดีเดิม ฟ้องจำนองใหม่เป็นฟ้องซ้ำ
หลักที่ได้
เมื่อคดีหนี้และจำนองสิ้นสุดด้วยคำพิพากษาตามยอมซึ่งกำหนดสิทธิยึดทรัพย์หากผิดนัด เจ้าหนี้หรือผู้รับโอนสิทธิต้องดำเนินการในชั้นบังคับคดีเดิม การฟ้องใหม่ให้ลูกหนี้รับผิดตามจำนองรายเดิมเป็นการรื้อร้องประเด็นเดียวกันและเป็นฟ้องซ้ำ
ข้อเท็จจริงย่อ
คดีก่อนธนาคาร ศ. ฟ้อง ธ. กับพวกรวม 6 คนเรื่องยืม ค้ำประกัน และจำนอง คู่ความทำสัญญายอมให้ชำระหนี้ หากผิดนัดให้ยึดที่ดินจำนองขายทอดตลาด และศาลพิพากษาตามยอม ต่อมาลูกหนี้ผิดนัด โจทก์คดีนี้รับโอนสิทธิเรียกร้องต่อจากบริษัท ส. ซึ่งรับโอนจากธนาคาร แล้วฟ้องให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้และบังคับจำนองทรัพย์รายเดียวกัน
เหตุผลของศาล
- คำพิพากษาตามยอมได้วินิจฉัยสิทธิและหน้าที่ตามหนี้กับจำนองเสร็จเด็ดขาดแล้ว
- เมื่อผิดนัด เจ้าหนี้เดิมหรือผู้เข้าสวมสิทธิต้องใช้กระบวนการบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิม ไม่ใช่ตั้งคดีใหม่
- คดีใหม่เกี่ยวกับคู่ความในฐานะผู้สืบสิทธิ ทรัพย์จำนอง และเหตุเรียกร้องเดียวกับคดีถึงที่สุด จึงเป็นฟ้องซ้ำ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
คดีก่อน ธนาคาร ศ. เป็นโจทก์ฟ้อง ธ. กับพวกรวม 6 คน ให้รับผิดเรื่อง ยืม ค้ำประกัน จำนอง แต่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้โดยทำสัญญาประนีประนอมยอมความมีใจความว่า จำเลยทั้งหกตกลงชำระหนี้ให้แก่โจทก์ หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งยอมให้บังคับยึดที่ดินทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม กรณีถือได้ว่า ประเด็นแห่งคดีได้รับการวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดไปแล้วโดยคำพิพากษาตามยอมนั้น การที่จำเลยทั้งหกในคดีดังกล่าวผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประยอมความข้างต้นเป็นเรื่องที่ธนาคาร ศ. รวมถึงโจทก์ผู้เข้าสวมสิทธิ เป็นคู่ความแทนชอบที่จะต้องดำเนินการในชั้นบังคับคดีในคดีเดิม ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากบริษัท ส. ซึ่งได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากธนาคาร ศ. อีกทอดหนึ่ง ประสงค์ที่จะบังคับจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด ซึ่งมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญาจำนองหรือไม่ เพียงใด คำฟ้องของโจทก์กรณีนี้หาใช่เป็นคำฟ้องในกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาแต่อย่างใดไม่ เมื่อความปรากฏว่าทรัพย์จำนองในคดีก่อนและคดีนี้เป็นทรัพย์จำนองรายเดียวกัน และโจทก์เป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากบริษัท ส. ซึ่งรับโอนมาจากธนาคาร ศ. โจทก์เดิมอีกทอดหนึ่ง จึงเป็นกรณีที่คู่ความเดียวกันในคดีก่อนซึ่งมีคำพี่พากษาถึงที่สุดแล้ว รื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงเป็นฟ้องช้ำ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ