BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3772/2565

คดีก่อนตกลงยุติกันโดยศาลยังไม่ได้ชี้ขาด ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรได้อีก ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

หลักที่ได้

การที่คู่ความตกลงยุติคดีเดิมโดยศาลยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดี ไม่ถือว่ามีคำวินิจฉัยแล้ว และเมื่อกฎหมายเปิดช่องให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้โดยคำพิพากษาของศาลอีกทางหนึ่ง การฟ้องใหม่จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำและไม่ใช่คำฟ้องเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีที่ต้องยื่นต่อศาลเดิม

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย และให้จำเลยส่งมอบผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์ ซึ่งเป็นคำขออย่างเดียวกับคดีเดิม ในคดีเดิมนั้นโจทก์ตกลงไม่ติดใจจดทะเบียนผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้ตกลงยอมรับกันในประเด็นข้ออื่น ศาลจึงยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ จำเลยต่อสู้ว่าฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ และโจทก์ต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลที่พิจารณาคดีเดิมเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีเดิม

เหตุผลของศาล

  1. ประเด็นในคดีเดิมที่ว่าผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ ศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาด เพราะโจทก์เพียงตกลงไม่ติดใจจดทะเบียนบุตรและไม่ได้ตกลงในประเด็นอื่น จึงเป็นเรื่องที่คู่ความตกลงยุติคดีเท่านั้น
  2. กฎหมายกำหนดเหตุที่เด็กซึ่งเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาไว้ 3 กรณี คือบิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร
  3. แม้คดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจให้จดทะเบียน ก็ยังเหลือทางที่ผู้เยาว์จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้โดยคำพิพากษาของศาล การฟ้องคดีนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อผู้เยาว์และไม่ใช่การรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน
  4. คำฟ้องคดีนี้มิใช่คำฟ้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีเดิม จึงไม่ต้องยื่นต่อศาลเดิม โจทก์มีอำนาจฟ้องต่อศาลชั้นต้น

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

แม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย และให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่โจทก์อันเป็นคำขอเช่นเดียวกับคำขอในคดีเดิม ซึ่งมีประเด็นว่าผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ และมีเหตุที่จะถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลยกับให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์หรือไม่ แต่ประเด็นในคดีเดิมที่ว่า ผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ ศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดเนื่องจากโจทก์ตกลงไม่ติดใจจดทะเบียนบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และมิได้มีการตกลงยอมรับกันในประเด็นข้ออื่น อันพอจะถือได้ว่าศาลได้มีคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าวแล้ว กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์และจำเลยตกลงยุติคดีไม่ดำเนินการต่อในคดีเดิมเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าศาลมีคำวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีในคดีเดิมแล้ว ประกอบกับ ป.พ.พ. มาตรา 1547 ได้บัญญัติถึงเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันว่าจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลัง หรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร รวม 3 กรณีด้วยกัน ถึงแม้ว่าคดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ แต่ยังมีกรณีที่ผู้เยาว์ทั้งสองจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ได้โดยคำพิพากษาของศาล การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่า ผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้เยาว์ทั้งสอง มิใช่การรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ทั้งคำฟ้องคดีนี้มิใช่คำฟ้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีเดิม อันจะต้องยื่นต่อศาลเดิมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ