BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4898/2565

สมัครใจวิวาทเสียสิทธิเป็นผู้เสียหายเฉพาะฐานทำร้ายร่างกาย ยังเข้าร่วมเป็นโจทก์ฐานวิ่งราวทรัพย์ได้

หลักที่ได้

การสมัครใจทะเลาะวิวาททำให้ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยเฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ถือว่ามีส่วนก่อให้เกิดความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ จึงยังเข้าร่วมเป็นโจทก์ในฐานนั้นได้ ส่วนการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาว่าเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ข้อเท็จจริงย่อ

จำเลยถูกฟ้องทั้งฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และฐานวิ่งราวทรัพย์ ศาลชั้นต้นฟังเป็นยุติว่าโจทก์ร่วมสมัครใจทะเลาะวิวาทกับจำเลย และมีคำสั่งยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ว่าไม่ได้สมัครใจวิวาทกับจำเลยจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และพิพากษาแก้โทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ จำเลยฎีกาขอให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ทั้งสองฐานและขอให้รอการลงโทษ

เหตุผลของศาล

  1. ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นมีระวางโทษไม่สูง อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมที่โต้เถียงว่าไม่ได้สมัครใจวิวาทเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยว่าเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้าม
  2. การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและแก้โทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษในความผิดฐานนี้จึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และไม่ก่อสิทธิให้จำเลยฎีกาในส่วนนี้
  3. ความผิดฐานทำร้ายร่างกายกับความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์เป็นคนละกรรมกัน การที่โจทก์ร่วมสมัครใจทะเลาะวิวาทมีผลเพียงทำให้ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น
  4. การสมัครใจวิวาทถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมมีส่วนก่อให้เกิดความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ เมื่อได้รับความเสียหายจากความผิดฐานนี้ โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยในส่วนนี้จึงชอบแล้ว

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 295 มีระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ว่าไม่ได้สมัครใจวิวาทกับจำเลย จึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และพิพากษาแก้โทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ จึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 และไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยที่จะฎีกา ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ขอให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และที่ขอให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานดังกล่าว ส่วนความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 336 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาขอให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ฐานวิ่งราวทรัพย์ได้

ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจกับความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ เป็นความผิดคนละกรรมกัน แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าโจทก์ร่วมสมัครใจทะเลาะวิวาทกับจำเลย ก็มีผลทำให้โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจเท่านั้น แต่การกระทำดังกล่าวถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมมีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ เมื่อโจทก์ร่วมได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานนี้ โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ จึงชอบแล้ว

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ