BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1468/2566

ได้รับล้างมลทินแล้ว ถือว่าไม่เคยต้องโทษ จึงไม่ใช่ผู้กระทำความผิดซ้ำตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ

หลักที่ได้

ผลของการล้างมลทินที่ให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษ ทำให้ไม่ใช่นักโทษเด็ดขาดที่เคยต้องโทษมาแล้ว จึงไม่อาจเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำอันจะถูกลดโทษในอัตราที่น้อยกว่าตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ

ข้อเท็จจริงย่อ

ผู้ร้องเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม ยื่นคำร้องเกี่ยวกับการได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ ผู้ร้องเคยต้องโทษจำคุกในความผิดฐานลักทรัพย์ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2829/2543 ของศาลจังหวัดกาญจนบุรี แต่ได้รับการล้างมลทินตามกฎหมายว่าด้วยการล้างมลทินแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแปลความคำว่านักโทษเด็ดขาดที่เคยต้องโทษมาแล้ว โดยคู่ความไม่ได้อุทธรณ์ในข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ก็ไม่ได้ยกเรื่องการแปลความขึ้นวินิจฉัย และคู่ความไม่ได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในฎีกาด้วย

เหตุผลของศาล

  1. คำว่าผู้กระทำความผิดซ้ำเป็นองค์ประกอบหนึ่งของบทบัญญัติที่กำหนดหลักเกณฑ์ว่านักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยมจะได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษหรือไม่เพียงใด อันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
  2. แม้คู่ความไม่ได้อุทธรณ์และไม่ได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็ยกเรื่องการแปลความคำว่านักโทษเด็ดขาดที่เคยต้องโทษมาแล้วขึ้นวินิจฉัยได้
  3. ผู้ร้องได้รับการล้างมลทินในความผิดฐานลักทรัพย์คดีก่อน อันมีผลให้ถือว่าผู้ร้องมิได้เคยถูกลงโทษในความผิดดังกล่าว แม้การล้างมลทินไม่ได้ลบล้างความประพฤติหรือการกระทำที่เป็นเหตุให้ถูกลงโทษก็ตาม
  4. เมื่อถือว่าผู้ร้องมิได้เคยถูกลงโทษจำคุกในคดีก่อน ผู้ร้องจึงไม่ใช่นักโทษเด็ดขาดที่เคยต้องโทษมาแล้ว และไม่อาจเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำ จึงไม่อาจพิจารณาลดโทษตามบทบัญญัติสำหรับผู้กระทำความผิดซ้ำได้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562 มาตรา 12 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับมาตรา 13 นักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยมซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษจากกำหนดโทษลง 1 ใน 6"และมาตรา 3 บัญญัติว่า "ในพระราชกฤษฎีกานี้... "ผู้กระทำความผิดซ้ำ" หมายความว่า นักโทษเด็ดขาดที่เคยต้องโทษมาแล้ว และกลับมาต้องโทษจำคุกในคราวนี้อีกภายในห้าปีนับแต่วันพ้นโทษคราวก่อน กับความผิดทั้งสองคราวไม่ใช่ความผิดฐานลหุโทษหรือประมาท..." เมื่อคำว่าผู้กระทำความผิดซ้ำเป็นองค์ประกอบหนึ่งของมาตรา 12 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่านักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยมเช่นเดียวกับผู้ร้องจะได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษหรือไม่ เพียงใด อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ดังนั้น แม้คู่ความไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นในข้อที่วินิจฉัยแปลความคำว่า นักโทษเด็ดขาดที่เคยต้องโทษมาแล้ว ตามมาตรา 3 และศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้ยกเรื่องการแปลความดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย ทั้งคู่ความไม่ได้ยกเรื่องการแปลความดังกล่าวขึ้นกล่าวอ้างในฎีกาด้วย ศาลฎีกาก็ยกเรื่องการแปลความคำว่านักโทษเด็ดขาดที่เคยต้องโทษมาแล้ว ตามมาตรา 3 ขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

ผู้ร้องได้รับการล้างมลทินตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 มาตรา 4 ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2829/2543 ของศาลจังหวัดกาญจนบุรีอันมีผลให้ถือว่าผู้ร้องมิได้เคยถูกลงโทษในความผิดดังกล่าว แม้การล้างมลทินไม่ได้เป็นการลบล้างความประพฤติหรือการกระทำอันเป็นเหตุให้ผู้ร้องถูกลงโทษจำคุกในความผิดฐานลักทรัพย์ก็ตาม แต่ผลของการล้างมลทินที่ให้ถือว่าผู้ร้องมิได้เคยถูกลงโทษในความผิดดังกล่าว ย่อมมีความหมายชัดเจนอยู่ว่าผู้ร้องมิได้เคยถูกลงโทษจำคุกในความผิดที่ได้กระทำในคดีก่อน ผู้ร้องจึงไม่ใช่นักโทษเด็ดขาดที่เคยต้องโทษมาแล้ว ย่อมไม่มีทางที่ผู้ร้องจะเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำไปได้ กรณีจึงไม่อาจพิจารณาให้ผู้ร้องได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562 มาตรา 12

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ