คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2566
เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการทำให้อายุความประกันภัยสะดุดหยุดลง ฟ้องต่อศาลได้ใน 60 วัน
หลักที่ได้
การเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการภายในอายุความทำให้อายุความสะดุดหยุดลง และเมื่ออนุญาโตตุลาการปฏิเสธไม่วินิจฉัยเพราะเห็นว่าอำนาจสิ้นสุดแล้ว ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่อนุญาโตตุลาการมีคำสั่ง
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาประกันภัยในทางแพ่ง โดยไม่ต้องอาศัยมูลความผิดทางอาญา รถยนต์ของโจทก์ถูก บ. กับพวกลักไปในวันที่โจทก์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โจทก์ยื่นคำเสนอให้ระงับข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ยกคำเสนอข้อพิพาท แต่ต่อมาคำชี้ขาดถูกเพิกถอนโดยคำพิพากษาของศาลแพ่ง ครั้นวันที่ 20 มีนาคม 2562 อนุญาโตตุลาการปฏิเสธที่จะวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทใหม่ตามคำร้องของโจทก์ โดยเห็นว่าอำนาจของตนสิ้นสุดไปแล้ว โจทก์จึงฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 จำเลยต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ และมีปัญหาว่าคำพิพากษาคดีอาญาที่วินิจฉัยว่า บ. กับพวกผิดฐานฉ้อโกงจะผูกพันคดีนี้หรือไม่
เหตุผลของศาล
- โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาในทางแพ่งโดยไม่ต้องอาศัยมูลความผิดทางอาญา จึงไม่ใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญา ทั้งคำพิพากษาคดีอาญานั้นไม่ใช่คำพิพากษาที่เกี่ยวด้วยฐานะของบุคคลอันจะใช้ยันบุคคลภายนอกได้
- วันที่โจทก์ถูกลักรถยนต์ไปเป็นวันวินาศภัย เมื่อโจทก์ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 จึงอยู่ภายในอายุความ 2 ปีนับแต่วันวินาศภัย และทำให้อายุความสะดุดหยุดลง
- แม้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดยกคำเสนอข้อพิพาท แต่คำชี้ขาดถูกเพิกถอนโดยคำพิพากษาศาลแพ่งจึงยังไม่เป็นที่สุด กระบวนการควรย้อนกลับเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการในประเด็นที่ยังไม่ได้วินิจฉัย
- การที่อนุญาโตตุลาการปฏิเสธไม่วินิจฉัยเพราะเห็นว่าอำนาจสิ้นสุดแล้ว จึงเป็นกรณียกคำเสนอข้อพิพาทเพราะเหตุคดีไม่อยู่ในอำนาจ โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลภายใน 60 วันนับแต่วันที่อนุญาโตตุลาการมีคำสั่ง เมื่อฟ้องวันที่ 27 มีนาคม 2562 จึงอยู่ในกำหนด คดีไม่ขาดอายุความ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
คดีนี้โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาในทางแพ่ง ไม่ต้องอาศัยมูลความผิดทางอาญาจึงไม่ใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาในอันที่จะต้องนำมาผูกพันให้รับฟังว่าการกระทำของ บ. กับพวกเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามคำพิพากษาในคดีอาญา และคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าวหาใช่คำพิพากษาที่เกี่ยวด้วยฐานะของบุคคลอันจะใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคสอง (1) วันที่ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเป็นวันที่โจทก์ถูก บ. กับพวกลักรถยนต์ไป อันเป็นวันวินาศภัย โจทก์ยื่นคำเสนอให้ระงับข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 จึงอยู่ภายในกำหนดอายุความ 2 ปี นับแต่วันวินาศภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคหนึ่ง อันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (4) แม้อนุญาโตตุลาการจะพิจารณาแล้วชี้ขาดให้ยกคำเสนอข้อพิพาท แต่คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการยังไม่เป็นที่สุด เพราะคำชี้ขาดได้ถูกเพิกถอนไปโดยคำพิพากษาของศาลแพ่งที่ให้เพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการในเวลาต่อมา ซึ่งกระบวนการระงับข้อพิพาทควรจะย้อนกลับเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการในประเด็นอื่นที่ยังไม่ได้วินิจฉัย การที่วันที่ 20 มีนาคม 2562 อนุญาโตตุลาการปฏิเสธที่จะวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทใหม่ตามคำร้องของโจทก์ โดยเห็นว่าอำนาจของอนุญาโตตุลาการสิ้นสุดไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่อนุญาโตตุลาการยกคำเสนอข้อพิพาทเพราะเหตุที่คดีไม่อยู่ในอำนาจของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคสอง ประกอบมาตรา 193/18 กล่าวคือ โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อนุญาโตตุลาการมีคำสั่ง โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 เป็นการฟ้องคดีภายในกำหนดเวลาตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ