คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3805/2566
ลูกจ้างสมัครใจลงชื่อรับเงินและสละสิทธิเรียกร้อง เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่สมบูรณ์
หลักที่ได้
ข้อตกลงที่ลูกจ้างสมัครใจลงลายมือชื่อรับเงินและสละสิทธิเรียกร้องภายหลังทราบแน่ชัดว่าถูกเลิกจ้างแล้ว โดยไม่อยู่ในภาวะเกรงกลัวนายจ้าง เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ผูกพันและไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือความสงบเรียบร้อย
ข้อเท็จจริงย่อ
ขณะที่โจทก์สมัครใจลงลายมือชื่อท้ายหนังสือเลิกจ้าง โจทก์ทราบอยู่แล้วว่าถูกจำเลยเลิกจ้างอย่างแน่นอน มีอำนาจตัดสินใจโดยไม่อยู่ในภาวะที่ต้องเกรงกลัวจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างอีกต่อไป และทราบว่าจำเลยนำเพียงฐานเงินเดือนมาเป็นฐานคำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โดยพอใจในจำนวนเงิน 1,098,236.95 บาท ที่จำเลยเสนอ จึงขอรับเงินดังกล่าวโดยตกลงว่าจะไม่เรียกร้องเงินหรือค่าเสียหายใด ๆ เกี่ยวกับการทำงานเพิ่มเติมและขอสละสิทธิทั้งหลายที่มีต่อจำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพิ่มเติม โดยอ้างว่าข้อตกลงเป็นโมฆะเพราะทำให้ได้รับต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด
เหตุผลของศาล
- โจทก์สมัครใจลงลายมือชื่อโดยทราบแน่ชัดว่าถูกเลิกจ้าง มีอำนาจตัดสินใจและไม่อยู่ในภาวะเกรงกลัวนายจ้าง ทั้งทราบฐานการคำนวณและพอใจในจำนวนเงินที่เสนอ
- ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมผ่อนผันให้แก่กันเพื่อระงับข้อพิพาทตามสัญญาจ้างแรงงานให้เสร็จสิ้นไป จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ใช้บังคับได้และผูกพันโจทก์
- ขณะทำข้อตกลง จำเลยย่อมมีสิทธิเสนอข้อตกลงโดยนำเพียงฐานเงินเดือนที่ตนเข้าใจว่าเป็นค่าจ้างมาคำนวณให้โจทก์พิจารณาได้ จึงไม่ใช่การกระทำโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อเสนอที่มุ่งเอาเปรียบให้โจทก์ได้รับต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด
- ข้อตกลงจึงสมบูรณ์ ไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพิ่มเติม
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ขณะที่โจทก์สมัครใจลงลายมือชื่อท้ายหนังสือเลิกจ้าง โจทก์ทราบอยู่แล้วว่าถูกจำเลยเลิกจ้างอย่างแน่นอน โจทก์มีอำนาจในการตัดสินใจโดยไม่อยู่ในภาวะที่ต้องเกรงกลัวจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างอีกต่อไป โจทก์ทราบถึงจำนวนค่าจ้างซึ่งนำเพียงฐานเงินเดือนเท่านั้นที่นำมาเป็นฐานในการคำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ และพอใจในจำนวนเงิน 1,098,236.95 บาท ที่จำเลยเสนอให้เป็นอย่างดี โจทก์จึงขอรับเงินตามที่จำเลยจะจ่ายให้แก่โจทก์ โดยโจทก์จะไม่ดำเนินการเรียกร้องเงินหรือค่าเสียหายใด ๆ เกี่ยวกับการทำงานเพิ่มเติมจากจำเลยอีก และขอสละสิทธิทั้งหลายที่โจทก์พึงมีต่อจำเลยในเรื่องดังกล่าวทั้งสิ้น ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาซึ่งโจทก์และจำเลยตกลงระงับข้อพิพาทตามสัญญาจ้างแรงงานที่มีแก่กันให้เสร็จสิ้นไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามที่ตกลงกันดังกล่าว จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ มีผลใช้บังคับระหว่างโจทก์และจำเลย โจทก์ย่อมผูกพันตามข้อตกลงดังกล่าว จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลยเพิ่มเติมอีก
ในขณะที่จำเลยทำข้อตกลงกับโจทก์ จำเลยย่อมมีสิทธิเสนอข้อตกลงที่นำเพียงฐานเงินเดือนที่จำเลยเข้าใจว่าเป็นค่าจ้างมาคิดคำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์พิจารณาได้ การเสนอข้อตกลงจ่ายเงินดังกล่าวของจำเลยจึงหาใช่เป็นการกระทำโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อเสนอที่มุ่งเอาเปรียบโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าต่ำกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไม่ ข้อตกลงอันเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลสมบูรณ์ หาได้ขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันจะส่งผลให้เป็นโมฆะแต่อย่างใดไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในส่วนค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกล่วงหน้า จำเลยไม่จำต้องจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ