BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4171/2566

ปิดกิจการตามคำสั่งราชการช่วงโควิด เป็นเหตุสุดวิสัย นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างช่วงที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงาน

หลักที่ได้

กฎกระทรวงเรื่องประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพราะเหตุสุดวิสัยเป็นเรื่องสิทธิรับเงินจากสำนักงานประกันสังคม ไม่ใช่สิทธิได้ค่าจ้างจากนายจ้าง เมื่อนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวตามคำสั่งราชการอันเป็นเหตุสุดวิสัยและลูกจ้างไม่ได้ทำงาน นายจ้างจึงไม่มีหน้าที่จ่ายค่าจ้าง

ข้อเท็จจริงย่อ

จำเลยประกอบกิจการโรงแรมและหยุดประกอบกิจการเพราะจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งที่ 1797/2563 ลงวันที่ 2 เมษายน 2563 ให้ปิดโรงแรมทั้งจังหวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างฟ้องเรียกค่าจ้างช่วงระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 และอ้างว่าจำเลยไม่ได้ออกหนังสือรับรองการขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยตามแบบท้ายกฎกระทรวง ทั้งนี้ ศาลแรงงานภาค 8 ยังไม่ได้วินิจฉัยและรับฟังข้อเท็จจริงว่าคำสั่งดังกล่าวทำให้จำเลยปิดกิจการตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด มีคำสั่งฉบับอื่นให้ปิดต่ออีกหรือไม่ จำเลยเปิดกิจการเมื่อใด และโจทก์เข้าทำงานหรือไม่ ช่วงใด

เหตุผลของศาล

  1. กฎกระทรวงเรื่องการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตราย เป็นเรื่องให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากสำนักงานประกันสังคม มิใช่กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิได้ค่าจ้างจากนายจ้าง การที่จำเลยไม่ออกหนังสือรับรองจึงไม่ทำให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าจ้าง
  2. สัญญาจ้างเป็นสัญญาต่างตอบแทน ลูกจ้างมีหนี้ต้องทำงานให้นายจ้าง และนายจ้างมีหนี้ต้องจ่ายค่าจ้างตอบแทนตลอดเวลาที่ทำงานให้ กล่าวคือลูกจ้างมีสิทธิได้ค่าจ้างต่อเมื่อได้ทำงานให้นายจ้าง
  3. เมื่อจำเลยหยุดประกอบกิจการเพราะคำสั่งจังหวัดให้ปิดโรงแรมทั้งจังหวัด ถือได้ว่าหยุดกิจการชั่วคราวด้วยเหตุสุดวิสัย การที่โจทก์ไม่ได้เข้าทำงานมิใช่เกิดจากคำสั่งหรือความผิดของจำเลย จำเลยจึงไม่มีหน้าที่จ่ายค่าจ้าง แต่หากพ้นระยะเวลาปิดแล้วโจทก์กลับเข้าทำงาน จำเลยก็มีหน้าที่จ่ายค่าจ้าง
  4. เมื่อศาลแรงงานภาค 8 ยังไม่ได้รับฟังข้อเท็จจริงเรื่องช่วงเวลาปิดกิจการและช่วงเวลาที่โจทก์เข้าทำงาน อันเป็นข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยว่าจำเลยต้องจ่ายค่าจ้างหรือไม่เพียงใด ศาลฎีกาไม่อาจรับฟังเองได้ จึงต้องย้อนสำนวนให้รับฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

กฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 17 เมษายน 2563 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 79/1 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 เป็นเรื่องให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม มิใช่กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง การที่จำเลยไม่ได้ออกหนังสือรับรองการขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการตามหนังสือรับรองที่แนบท้ายกฎกระทรวงนี้ ไม่ได้ทำให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างจากจำเลยตามกฎกระทรวงดังกล่าว

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ให้คำจำกัดความของคำว่า สัญญาจ้าง หมายความว่า สัญญาไม่ว่าเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาระบุชัดเจน หรือเป็นที่เข้าใจโดยปริยายซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกบุคคลหนึ่งเรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้ค่าจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ ดังนี้ สัญญาจ้างจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง กล่าวคือ ลูกจ้างมีหนี้ที่ต้องทำงานให้แก่นายจ้าง และนายจ้างมีหนี้ที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนในการทำงานของลูกจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้แก่นายจ้าง หรืออีกนัยหนึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้ค่าจ้างจากนายจ้างต่อเมื่อลูกจ้างทำงานให้แก่นายจ้าง จำเลยหยุดประกอบกิจการเนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งให้ปิดโรงแรมทั้งจังหวัดเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถือได้ว่าจำเลยหยุดประกอบกิจการชั่วคราวด้วยเหตุสุดวิสัย การที่โจทก์ไม่ได้เข้าทำงานให้แก่จำเลยมิใช่เกิดจากคำสั่งหรือความผิดของจำเลย จำเลยย่อมไม่มีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ แต่หากภายหลังเมื่อพ้นระยะเวลาปิดโรงแรมตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว โจทก์กลับเข้าทำงานให้แก่จำเลย จำเลยก็มีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์

ศาลแรงงานภาค 8 ยังไม่ได้วินิจฉัยและรับฟังข้อเท็จจริงว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 คำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 1797/2563 ลงวันที่ 2 เมษายน 2563 ที่กำหนดให้ปิดโรงแรม มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น มีผลทำให้จำเลยปิดกิจการตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด และจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งฉบับอื่นให้ปิดโรงแรมต่อไปอีกหรือไม่ เพียงใด จำเลยเปิดกิจการตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด โจทก์เข้าทำงานให้แก่จำเลยหรือไม่ หากเข้าทำงาน โจทก์ทำงานตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด อันเป็นข้อเท็จจริงที่จะไปสู่การวินิจฉัยประเด็นว่า จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงเวลาดังกล่าวให้แก่โจทก์หรือไม่ เพียงใด ศาลฎีกาไม่อาจรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวเองได้ จึงต้องย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานภาค 8 รับฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ต่อไป

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ