คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2566
ถูกกรมสรรพากรยึดที่ดินก่อนครบสิบปี การครอบครองไม่สงบ จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์
หลักที่ได้
เมื่อสิทธิของผู้ครอบครองถูกกระทบด้วยการยึดทรัพย์ของเจ้าหนี้ภาษีอากรก่อนครบสิบปี ย่อมถือไม่ได้ว่าครอบครองโดยสงบด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
ข้อเท็จจริงย่อ
ผู้ร้องอ้างว่าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่ปี 2548 ต่อมาวันที่ 4 เมษายน 2551 ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้ภาษีอากรยึดที่ดินพิพาทของเจ้าของเดิมเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้าง โดยปิดประกาศยึดไว้ที่ที่ดินและส่งสำเนาประกาศให้เจ้าของเดิมโดยชอบแล้ว ต่อมาศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสิทธิให้ผู้ร้องแล้ว ผู้คัดค้านซึ่งไม่ได้ร้องคัดค้านในศาลชั้นต้นจึงยื่นคำร้องขอสอดเข้ามา
เหตุผลของศาล
- แม้ไม่มีการออกหมายบังคับคดี แต่ผู้ร้องอาจนำคำสั่งศาลไปใช้ยันบุคคลภายนอกได้ และทำให้ผู้คัดค้านสิ้นสิทธิบังคับคดีแก่ที่ดินที่ยึดไว้ ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องสอดเข้ามาได้
- เมื่อผู้คัดค้านยึดที่ดินพิพาทก่อนที่ผู้ร้องจะครอบครองครบสิบปี สิทธิของผู้ร้องย่อมถูกกระทบ จึงยังถือไม่ได้ว่าครอบครองโดยสงบด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ แม้ครอบครองติดต่อกันเกินสิบปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์
- ผู้คัดค้านไม่ได้ร้องคัดค้านเข้ามาในศาลชั้นต้นจึงถือเป็นบุคคลภายนอก คำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ไม่ผูกพันผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านจึงพิสูจน์ได้ว่าที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของเดิม
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
แม้คดีนี้ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์จนกระทั่งมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสิทธิให้ผู้ร้องมีชื่อในโฉนดที่ดินพิพาทแล้วโดยไม่มีการออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ตาม แต่ผู้ร้องอาจนำคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทไปใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ ทั้งยังทำให้ผู้คัดค้านสิ้นสิทธิในการบังคับคดีแก่ที่ดินพิพาทที่ยึดไว้เพราะที่ดินพิพาทไม่ใช่ของ ร. ลูกหนี้ของผู้คัดค้านอีกต่อไป ผู้คัดค้านซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลและชอบที่จะยื่นคำร้องขอสอดเข้ามาในคดีเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1)
ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่ปี 2548 แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2551 ผู้คัดค้านอาศัยอำนาจตามมาตรา 12 แห่ง ป.รัษฎากร ยึดที่ดินพิพาทของ ร. เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้าง ตามประกาศกรมสรรพากร (ภ.ส. 18) เรื่อง ให้ยึดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากร โดยปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ ที่ดินพิพาทและส่งสำเนาประกาศยึดที่ดินพิพาทให้ ร. โดยชอบแล้ว เมื่อผู้คัดค้านยึดที่ดินพิพาทก่อนที่ผู้ร้องจะครอบครองที่ดินพิพาทครบ 10 ปี จึงยังถือไม่ได้ว่าผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ เพราะสิทธิของผู้ร้องถูกกระทบโดยการยึดทรัพย์ของผู้คัดค้านที่อาศัยอำนาจตามมาตรา 12 แห่ง ป.รัษฎากร แม้ผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาทติดต่อกันเกินกว่า 10 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382
ผู้คัดค้านไม่ได้ร้องคัดค้านเข้ามาในคดีในศาลชั้นต้นจึงถือได้ว่าผู้คัดค้านเป็นบุคคลภายนอก คำสั่งศาลชั้นต้นที่แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทไม่ผูกพันผู้คัดค้านตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคสอง (2) ผู้คัดค้านจึงสามารถพิสูจน์ได้ว่า ที่ดินพิพาทยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของ ร.
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ