BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2566

สาบสูญแล้วมรดกตกทอดทันที ทายาทไม่ต้องอ้างปรปักษ์ / อายุความลาภมิควรได้เริ่มเมื่อถอนคำสั่งสาบสูญ

หลักที่ได้

เมื่อศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ถือว่าตายเมื่อครบ 5 ปีตาม ป.พ.พ. ม.62 มรดกตกทอดแก่ทายาททันทีตาม ม.1602 ทายาทเป็นเจ้าของโดยผลของกฎหมาย ไม่ใช่กรณีครอบครองปรปักษ์ (ซึ่งต้องครอบครองทรัพย์ "ของผู้อื่น") ส่วนคนสาบสูญที่กลับมา อายุความเรียกทรัพย์คืนฐานลาภมิควรได้เริ่มนับเมื่อศาลถอนคำสั่งสาบสูญ

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ที่ดินตกแก่ทายาทซึ่งจดทะเบียนโอนเป็นของตน ภายหลังโจทก์กลับมาในปี 2557 แต่ศาลเพิ่งถอนคำสั่งสาบสูญวันที่ 9 มีนาคม 2563 แล้วโจทก์ฟ้องเรียกที่ดินคืน จำเลยอ้างทั้งการครอบครองปรปักษ์และอายุความ

เหตุผลของศาล

  1. ผลของคำสั่งสาบสูญคือถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนด 5 ปีตาม ม.61-62 และมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันทีตาม ม.1602 ทายาทจึงเป็นเจ้าของโดยผลของกฎหมาย ไม่ต้องด้วยหลักครอบครองปรปักษ์ตาม ม.1382 เพราะไม่ใช่การครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น
  2. ตราบใดที่ศาลยังไม่ถอนคำสั่งสาบสูญ ผู้นั้นยังถือว่าเป็นคนตายตามกฎหมาย ใช้สิทธิทางศาลไม่ได้
  3. วันที่ศาลถอนคำสั่ง (9 มี.ค. 2563) จึงถือเป็นวันที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกทรัพย์คืน อายุความ 1 ปีฐานลาภมิควรได้ตาม ม.419 เริ่มนับแต่วันนั้น

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ตามบทบัญญัติมาตรา 62 ป.พ.พ. การที่ศาลมีคำสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสาบสูญถือว่าโจทก์ถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่โจทก์ได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าโจทก์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และโดยผลของมาตรา 1602 ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นมรดกของโจทก์ย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ม. ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของโจทก์ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต ที่ดินพิพาทย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ ม. ทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ม. จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยผลของกฎหมายนับแต่นั้น กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์การครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 ซึ่งต้องเป็นการครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินของผู้อื่น จำเลยที่ 2 จะอ้างว่า ม. ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หาได้ไม่ — ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ การฟ้องเรียกทรัพย์คืนฐานลาภมิควรได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 419 ประกอบมาตรา 63 นั้น โดยผลของมาตรา 62 บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 61 แม้โจทก์จะกลับมาเมื่อปี 2557 และทราบว่า ม. ได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของ ม. ไปแล้วก็ตาม แต่ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งถอนคำสั่งให้โจทก์เป็นคนสาบสูญก็ต้องถือว่าโจทก์ยังเป็นบุคคลที่ถึงแก่ความตายไม่อาจใช้สิทธิใด ๆ ตามกฎหมายได้ เมื่อปรากฏว่าศาลเพิ่งมีคำสั่งถอนคำสั่งให้โจทก์เป็นคนสาบสูญเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ซึ่งมีผลทำให้โจทก์กลับเป็นบุคคลผู้มีสิทธิตามกฎหมาย รวมทั้งสิทธิในการใช้สิทธิทางศาลได้ดังเดิม จึงต้องถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกที่ดินพิพาทคืน อายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 419 จึงต้องเริ่มนับแต่นั้น

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 31 ส.ค. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ