คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1263/2567
กู้เกิน 2,000 บาท ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องบังคับไม่ได้ และไม่มีสิทธิยึดโฉนดลูกหนี้
หลักที่ได้
เงินที่โอนให้กู้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ผู้กู้ การทวงคืนเป็นการใช้บุคคลสิทธิเรียกให้ชำระหนี้ ไม่ใช่ติดตามเอาทรัพย์คืน เมื่อกู้เกิน 2,000 บาทโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม ย่อมฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ตาม ป.พ.พ. ม.653 และไม่มีสิทธิยึดหน่วงโฉนดของผู้กู้ไว้
ข้อเท็จจริงย่อ
ผู้ให้กู้ให้กู้ครั้งแรก 1.8 ล้านบาทโดยยึดโฉนดที่ดินของผู้กู้ไว้ ต่อมาโอนเงินให้อีก 1.5 ล้านบาทโดยไม่ได้ทำหลักฐานอะไรเพิ่ม เมื่อหนี้ก้อนแรกชำระครบแล้ว ผู้กู้ขอโฉนดคืน ผู้ให้กู้ไม่ยอมคืนโดยอ้างหนี้ก้อนหลัง
เหตุผลของศาล
- เมื่อโอนเงินกู้ให้ กรรมสิทธิ์ในเงินตกแก่ผู้กู้ การฟ้องเรียกคืนจึงเป็นการใช้บุคคลสิทธิเรียกชำระหนี้เงินกู้ ไม่ใช่การใช้ทรัพยสิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน
- ป.พ.พ. ม.653 วรรคหนึ่ง: กู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ถ้าไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ รวมถึงยกขึ้นต่อสู้คดีก็ไม่ได้
- เมื่อหนี้ที่อ้างบังคับไม่ได้ตามกฎหมาย และหนี้เดิมชำระครบแล้ว ผู้ให้กู้จึงไม่มีสิทธิยึดโฉนดที่ดินของผู้กู้ไว้ต่อไป
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ตามทางนำสืบของโจทก์ ไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยมีความผูกพันเป็นพิเศษอย่างไรนอกเหนือจากที่เคยให้กู้ยืมเงินกันมาก่อน การที่หลังจากให้จำเลยกู้ยืมเงิน 1,800,000 บาท ต่อมาจำเลยขอให้โจทก์โอนเงินมาให้อีก 1,500,000 บาท และโจทก์เห็นว่าได้ยึดถือโฉนดที่ดินของจำเลยไว้แล้ว จึงโอนเงินไปให้โดยไม่ได้ทำหลักฐานอื่นใดเพิ่มเติมนั้น บ่งชี้ว่าเป็นการให้จำเลยกู้ยืมเงินอีก ... เมื่อโจทก์โอนเงินกู้ให้แก่จำเลยไป กรรมสิทธิ์ในเงินกู้ย่อมตกแก่จำเลย ฟ้องโจทก์จึงไม่ใช่การใช้ทรัพยสิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน แต่เป็นการใช้บุคคลสิทธิเรียกให้ชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่" เมื่อโจทก์ยังมีภาระการพิสูจน์ว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ เพราะจำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กู้ยืมเงินจำนวนนี้ แต่โจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อจำเลยเป็นสำคัญมานำสืบตามกฎหมาย จึงฟ้องร้องบังคับให้จำเลยชำระเงินกู้ไม่ได้ ซึ่งรวมถึงการห้ามมิให้ยกขึ้นต่อสู้คดีด้วย เมื่อหนี้ที่โจทก์อ้างเป็นมูลฟ้องร้องและยึดถือโฉนดไว้เป็นหนี้เงินกู้ที่ฟ้องร้องบังคับไม่ได้ตามกฎหมาย ส่วนหนี้เงินกู้ 1,800,000 บาท โจทก์ก็รับว่าจำเลยชำระหนี้ให้แล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิยึดถือโฉนดที่ดินของจำเลยไว้ต่อไป
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 31 ส.ค. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ