BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีลงโทษกักขังแทนจำคุกและศาลอุทธรณ์ยืน ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้

หลักที่ได้

เมื่อกฎหมายห้ามฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงในคดีที่ลงโทษกักขังแทนจำคุกและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน กฎหมายก็ไม่ได้เปิดช่องให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาได้ การอนุญาตจึงไม่ชอบ

ข้อเท็จจริงย่อ

ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุก และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา ต่อมาปรากฏจากพยานหลักฐานในสำนวนว่ามีเหตุตามกฎหมายที่ทำให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

เหตุผลของศาล

  1. คดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ย่อมต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
  2. ในกรณีเช่นนี้กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาได้ การอนุญาตจึงไม่ชอบ
  3. แต่เมื่อมีเหตุตามกฎหมายที่ทำให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ศาลฎีกาย่อมหยิบยกพยานหลักฐานทั้งปวงที่ปรากฏในสำนวนขึ้นวินิจฉัยและพิพากษายกฟ้องได้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และในกรณีนี้ ป.วิ.อ. มาตรา 221 ไม่ได้บัญญัติให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาได้ การอนุญาตให้ฎีกาของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ

เมื่อมีเหตุตามกฎหมายที่ทำให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ศาลฎีกาก็ชอบที่จะหยิบยกพยานหลักฐานทั้งปวงที่ปรากฏในสำนวนขึ้นวินิจฉัยและยกฟ้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 ประกอบมาตรา 215, 225 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ