BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7504/2567

ไม่ปฏิเสธสัญญากู้ในคำให้การ ถือว่ายอมรับและห้ามยกข้อใหม่ในอุทธรณ์

หลักที่ได้

แม้คดีผู้บริโภคไม่เคร่งครัดเรื่องคำให้การ แต่การรับหรือปฏิเสธฟ้องเป็นเจตนาของคู่ความ เมื่อจำเลยไม่ปฏิเสธสัญญากู้ตามฟ้องย่อมถือว่ายอมรับ การนำสืบและยกข้อโต้แย้งนอกคำให้การในชั้นอุทธรณ์จึงทำไม่ได้

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินตามสัญญาลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 จำเลยให้การเพียงว่าเคยกู้เงินเมื่อเดือนพฤษภาคม 2555 และเดือนกรกฎาคม 2556 แต่ชำระหมดแล้ว ต่อมาจำเลยนำสืบว่าไม่ได้กู้และไม่ได้รับเงินตามสัญญาที่โจทก์ใช้ฟ้อง และอ้างในอุทธรณ์ว่าโจทก์นำยอดหนี้จากสัญญากู้ฉบับก่อนมาฟ้อง

เหตุผลของศาล

  1. ความไม่เคร่งครัดของคำให้การในคดีผู้บริโภคไม่ได้ทำให้ศาลมีหน้าที่ทวงถามให้คู่ความรับหรือปฏิเสธฟ้องในประเด็นที่ไม่ได้กล่าวไว้
  2. เมื่อจำเลยไม่ปฏิเสธการกู้ตามสัญญาที่ระบุในฟ้อง จึงถือว่ายอมรับข้อเท็จจริงนั้น การนำสืบภายหลังว่าไม่ได้กู้เป็นการนำสืบนอกประเด็น
  3. ข้ออ้างในอุทธรณ์เรื่องนำยอดหนี้เก่ามาฟ้องจึงไม่ใช่ข้อที่ยกขึ้นโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยได้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินตามสัญญากู้ฉบับลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 จำเลยให้การว่าเคยกู้ยืมเงินโจทก์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2555 และเดือนกรกฎาคม 2556 แต่ชำระหนี้โจทก์หมดสิ้นแล้วนั้น แม้การยื่นคำให้การในคดีผู้บริโภคจะไม่เคร่งครัดเพราะตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 บัญญัติว่า ในกรณีที่จำเลยยื่นคำให้การเป็นหนังสือ หากศาลเห็นว่าคำให้การดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขคำให้การในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้เท่านั้น แต่การจะให้การรับหรือปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ส่วนไหนอย่างไรย่อมเป็นเจตนาอิสระของคู่ความ หาใช่หน้าที่ของศาลที่จะต้องทวงถามให้จำเลยให้การในส่วนนี้ไม่ ทั้งมิใช่กรณีคำให้การไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญ เมื่อจำเลยไม่ปฏิเสธการกู้ยืมเงินตามสัญญากู้ฉบับลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 จึงถือว่าจำเลยยอมรับว่าได้กู้ยืมเงินโจทก์ตามสัญญากู้ดังกล่าวในฟ้องแล้ว แม้จำเลยจะนำสืบในชั้นพิจารณาว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินและไม่ได้รับเงินกู้ตามสัญญากู้ฉบับลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 แต่เป็นการที่โจทก์นำมูลหนี้กู้ยืมที่ระงับแล้วมาฟ้องเป็นคดีนี้ ก็เป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ต่อสู้ในคำให้การ ข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างมาในชั้นอุทธรณ์ว่า โจทก์นำยอดเงินในสัญญากู้ฉบับก่อนมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รับวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวชอบแล้ว

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ