คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2567
คำสั่งประทับฟ้องเด็ดขาด แต่ศาลอุทธรณ์ยังยกฟ้องได้ถ้าการกระทำตามไต่สวนมูลฟ้องไม่เป็นความผิด
หลักที่ได้
แม้คำสั่งให้คดีมีมูลจะเด็ดขาดจนคู่ความอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งไม่ได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์และเห็นว่าการกระทำตามทางไต่สวนมูลฟ้องไม่เป็นความผิด ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายกฟ้องได้ เพราะความผิดฐานรับของโจรต้องเกิดภายหลังความผิดฐานลักทรัพย์
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมหรือสนับสนุนผู้ตายลักโฉนดที่ดินสี่แปลงและสมุดเช็ค กับข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม และข้อหารับของโจรในทรัพย์ชุดเดียวกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้องเฉพาะข้อหารับของโจร โจทก์อุทธรณ์ในส่วนข้อหาลักทรัพย์กับข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ตายและจำเลยร่วมกันลักโฉนดที่ดินทั้งสี่แปลง และรับฟังไม่ได้ว่ามีการลักสมุดเช็คตามฟ้องเกิดขึ้น แล้วยกฟ้องข้อหารับของโจรด้วย โจทก์อุทธรณ์ว่าการวินิจฉัยเช่นนั้นขัดต่อความเด็ดขาดของคำสั่งให้คดีมีมูลและเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น
เหตุผลของศาล
- คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด หมายถึงคู่ความไม่อาจอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งคำสั่งนั้นได้
- แต่เมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยตามทางไต่สวนมูลฟ้องไม่เป็นความผิด ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้
- เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าไม่มีการลักทรัพย์ตามฟ้องเกิดขึ้น การที่จำเลยครอบครองโฉนดที่ดินและสมุดเช็คต่อมาย่อมไม่เป็นความผิด เพราะความผิดฐานรับของโจรต้องเกิดขึ้นภายหลังการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์แล้ว
- ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยได้ ไม่ขัดต่อความเด็ดขาดของคำสั่งให้คดีมีมูลและไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
แม้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 170 บัญญัติว่า คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ซึ่งหมายถึงคู่ความไม่อาจอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้มีมูลได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยตามทางไต่สวนมูลฟ้องไม่เป็นความผิดแล้ว ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษายกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ได้
คดีนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้องเฉพาะข้อหารับของโจร เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์โจทก์ในส่วนความผิดข้อหาลักทรัพย์กับข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ตายและจำเลยร่วมกันลักโฉนดที่ดินทั้งสี่แปลง และรับฟังไมได้ว่ามีการลักสมุดเช็คตามฟ้องเกิดขึ้น ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมหรือสนับสนุนผู้ตายลักทรัพย์ในวัตถุแห่งการกระทำเดียวกัน ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายในส่วนความผิดข้อหารับของโจรว่าที่จำเลยครอบครองโฉนดที่ดินและสมุดเช็คดังกล่าวต่อมาย่อมไม่เป็นความผิด เพราะความผิดฐานข้อหาของโจรตามฟ้องต้องเกิดขึ้นภายหลังการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์แล้ว ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลอุทธรณ์ชอบที่ยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ไม่เป็นการขัดต่อมาตรา 170 และไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นดังที่โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมาย
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ