คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2568
หลอกลงทุนด้วยผลตอบแทนสูง ผู้โอนเป็นผู้เสียหายและแต่ละครั้งเป็นต่างกรรม
หลักที่ได้
ผู้ลงทุนที่หลงเชื่อกลอุบายผลตอบแทนสูงโดยไม่รู้วัตถุประสงค์ผิดกฎหมายเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย และความผิดฉ้อโกงสำเร็จเมื่อผู้เสียหายแต่ละคนหลงเชื่อโอนเงิน การหลอกและโอนแต่ละครั้งจึงแยกเป็นกรรมตามเหตุหลอกลวง
ข้อเท็จจริงย่อ
จำเลยทั้งสองชักชวนฝากออมหรือลงทุนโดยเสนอผลตอบแทนสูงและไม่ได้แจ้งว่าไม่ได้นำเงินไปประกอบกิจการที่ให้ผลตอบแทนเพียงพอ โจทก์ที่ 1 ไม่ทราบว่าเงินจะถูกนำไปปล่อยกู้ในบ่อน ให้นายวงแชร์ หรือทำกิจการใด โจทก์ที่ 1 โอนเงิน 5 ครั้ง ส่วนโจทก์ที่ 2 ถูกชักชวน 3 ครั้ง โดยการชักชวนครั้งแรกมีการโอน 2 ครั้ง
เหตุผลของศาล
- โจทก์ทั้งสองเชื่อกลอุบายตั้งแต่ต้นและไม่ได้มีส่วน ใช้ สนับสนุน หรือรู้เห็นวัตถุประสงค์ผิดกฎหมายของจำเลย จึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย
- ความผิดสำเร็จเมื่อผู้เสียหายแต่ละคนหลงเชื่อและโอนเงิน ไม่ได้สำเร็จเพียงครั้งเดียวจากการโพสต์ข้อความที่ยังคงอยู่
- การหลอกโจทก์ที่ 1 ให้โอน 5 ครั้งเป็น 5 กรรม ส่วนโจทก์ที่ 2 ถูกหลอก 3 ครั้งจึงเป็น 3 กรรม แม้การหลอกครั้งแรกจะมีการโอน 2 รายการ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยังปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้นำเงินลงทุนไปประกอบกิจการใด ๆ ที่จะได้รับผลตอบแทนเพียงพอที่จะให้ผู้ฝากออมได้ประโยชน์ โจทก์ที่ 1 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 จะนำเงินไปปล่อยกู้ในบ่อนหรือให้กับนายวงแชร์หรือประกอบธุรกิจใดที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น เมื่อโจทก์ทั้งสองไม่ได้มีส่วนในการกระทำความผิด หรือไม่เป็นผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนหรือรู้เห็นในการกระทำความผิดหรือการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ที่ผิดต่อกฎหมายของจำเลยทั้งสอง โจทก์ทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย จึงมีอำนาจฟ้อง
ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนนั้นความผิดสำเร็จอยู่ที่ผู้เสียหายแต่ละคนหลงเชื่อและแต่ละคนโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง การที่จำเลยทั้งสองโพสต์ลงในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์แต่เมื่อข้อความที่โพสต์ยังคงอยู่ต่อเนื่องตลอดตามวัน เวลาที่อยู่ในฟ้อง และเสนอให้มีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่โจทก์ทั้งสองมาเป็นการยืนยันให้ร่วมลงทุนในครั้งต่อไปและโจทก์ทั้งสองโอนเงินให้จำเลยตามวันเดือนปีที่โจทก์ทั้งสองเชื่อซึ่งเกิดจากกลอุบายหรือวิธีหลอกลวงของจำเลยทั้งสองแต่ละครั้ง ความผิดสำเร็จจึงเกิดขึ้นตามการโอนเงินที่โจทก์ทั้งสองหลงเชื่อและโอนให้แก่จำเลยทั้งสองสำหรับการหลอกลวงในแต่ละครั้งสำหรับโจทก์แต่ละคน เมื่อได้ความว่า จำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ที่ 1 ให้โอนเงินให้จำเลยทั้งสอง 5 ครั้ง โจทก์ที่ 1 โอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง 5 ครั้ง จึงเป็นความผิด 5 กรรมต่างกัน และการที่โจทก์ที่ 2 โอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยทั้งสองตามคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ที่ 2 จำนวน 3 ครั้ง แม้จะโอนเงินให้จำเลยทั้งสองสำหรับการหลอกลวงครั้งแรกรวม 2 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียว แต่โจทก์ที่ 2 ยังโอนเงินให้จำเลยทั้งสองอีกตามที่ถูกหลอกลวงอีก จึงเป็นความผิดอีก 2 กรรม แยกต่างหากจากกัน
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ