คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568
คำสั่งครอบครองปรปักษ์ไม่ผูกพันเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้เข้ามาในคดี — เจ้าของใช้สิทธิติดตามเอาคืนได้
หลักที่ได้
คดีร้องขอครอบครองปรปักษ์เป็นคดีไม่มีข้อพิพาท ถ้าเจ้าของที่ดินไม่ได้เข้ามาเป็นคู่ความ คำสั่งศาลย่อมไม่ผูกพันเจ้าของซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตาม ป.วิ.พ. ม.145 เจ้าของยังฟ้องติดตามเอาทรัพย์คืนตาม ป.พ.พ. ม.1336 ได้
ข้อเท็จจริงย่อ
จำเลยยื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลสั่งว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ และศาลชั้นต้นสั่งให้ตามขอ ต่อมาเจ้าของที่ดินตามโฉนด (ซึ่งไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนั้น) ฟ้องเรียกที่ดินคืน จำเลยต่อสู้ว่าคำสั่งศาลผูกพันโจทก์แล้ว
เหตุผลของศาล
- คดีร้องขอครอบครองปรปักษ์เริ่มโดยคำร้องขอฝ่ายเดียว เป็นคดีไม่มีข้อพิพาทตาม ป.วิ.พ. ม.188 เจ้าของที่ดินไม่ใช่คู่ความ ไม่มีเรื่องขาดนัดยื่นคำให้การ
- แม้ศาลประกาศนัดและส่งหมายแจ้งไปยังภูมิลำเนาเจ้าของแล้ว แต่เมื่อเจ้าของไม่ได้เข้ามาในคดี คำสั่งศาลจึงไม่ผูกพันเจ้าของซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตาม ม.145 วรรคหนึ่ง
- คำสั่งว่าได้กรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์ไม่ได้แปลว่าเจ้าของสละกรรมสิทธิ์ เจ้าของจึงมีสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนตาม ป.พ.พ. ม.1336 และมีอำนาจฟ้อง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเกิดขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลย จึงไม่มีกรณีที่จะให้ถือว่าโจทก์ได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การแล้วมิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาล อันจะให้ถือว่าโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การและทำให้เกิดกระบวนพิจารณาโดยขาดนัด ซึ่งจะมีผลให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลผูกพันโจทก์ในกระบวนพิจารณาที่พิพากษาหรือมีคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง แต่คดีดังกล่าวเป็นเรื่องของจำเลยฝ่ายเดียวที่ประสงค์จะใช้สิทธิทางศาลและเริ่มคดีด้วยการยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีที่ไม่มีข้อพิพาทตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 แม้ก่อนการไต่สวนคำร้องขอ ศาลชั้นต้นได้ประกาศวันนัดกับส่งหมายแจ้งวันนัดให้โจทก์ทราบโดยส่งไปยังภูมิลำเนาของโจทก์ตามที่โจทก์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน อันเป็นการส่งหมายโดยชอบเพื่อให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านแล้วก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่ว่าด้วยเหตุผลใด จะให้ถือว่าโจทก์เป็นคู่ความและการดำเนินคดีเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคดีอันมีข้อพิพาทตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 (4) ย่อมไม่ได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทั้งการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์หาได้เป็นเหตุผลที่แสดงว่าโจทก์ได้สละกรรมสิทธิ์ในที่ดินตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งแล้วไม่ เมื่อโจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทอยู่ก่อนจำเลยยื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนโดยกล่าวอ้างว่าจำเลยเพียงครอบครองที่ดินไว้แทนโจทก์และฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 31 ส.ค. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ