คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568
ลูกลักทรัพย์พ่อแม่เป็นความผิดยอมความได้ตาม ม.71 วรรคสอง — ถอนคำร้องทุกข์แล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ
หลักที่ได้
ลักทรัพย์ที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการีเป็นความผิดอันยอมความได้ตาม ป.อ. ม.71 วรรคสอง แม้จะโดนบทเพิ่มโทษ ม.336 ทวิ ด้วยก็ไม่เปลี่ยนผล เพราะ ม.336 ทวิ เป็นเพียงเหตุเพิ่มโทษ ไม่ใช่ความผิดอีกบทหนึ่ง เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับตาม ป.วิ.อ. ม.39 (2) และคำขอส่วนแพ่งที่ติดมากับคดีก็ตกไปด้วย
ข้อเท็จจริงย่อ
บุตรร่วมกับพวกลักทรัพย์ของผู้บุพการีโดยใช้ยานพาหนะ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตาม ป.อ. ม.335 ประกอบ ม.336 ทวิ ต่อมาผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์เฉพาะข้อหาลักทรัพย์สำหรับจำเลยที่เป็นบุตร โดยจำเลยไม่ได้ยกปัญหานี้ขึ้นฎีกา
เหตุผลของศาล
- ลักทรัพย์ตาม ม.335 วรรคหนึ่ง เป็นความผิดที่ ม.71 วรรคสอง ระบุไว้ว่า ถ้าผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี ให้เป็นความผิดอันยอมความได้
- แม้ศาลชั้นต้นจะปรับบท ม.336 ทวิ (ใช้ยานพาหนะ) มาด้วย แต่มาตรานี้เป็นเพียงเหตุระวางโทษหนักขึ้นกึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ความผิดอีกบทต่างหาก คดีจึงยังเข้าหลักเกณฑ์ ม.71 วรรคสอง
- เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตาม ป.วิ.อ. ม.39 (2) คำขอส่วนแพ่งย่อมตกไปด้วย และแม้จำเลยไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตาม ม.195 วรรคสอง ประกอบ ม.225
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง เป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ก็ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ มาด้วย แต่มาตรา 336 ทวิ เป็นบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดอาญา มาตรา 335 ต้องระวางโทษหนักขึ้นกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง หาใช่เป็นความผิดอีกบทหนึ่งต่างหากจากบทมาตราดังกล่าวไม่ การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 จึงเข้าหลักเกณฑ์ตาม ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง แล้ว เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในส่วนข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะสำหรับจำเลยที่ 1 สิทธิการนำคดีอาญาในความผิดฐานดังกล่าวมาฟ้องจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นอันระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) และย่อมเป็นผลให้คำขอในส่วนแพ่งสำหรับความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะตกไปด้วย แม้จำเลยที่ 1 มิได้หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 31 ส.ค. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ