BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4751/2568

คำขอค่าเสียหายที่มีมูลมาจากสัญญาเช่า ไม่ใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา

หลักที่ได้

คำร้องขอค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหายในคดีอาญา ขอได้เฉพาะค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดของจำเลยเท่านั้น จะพ่วงคำขอที่มีมูลหนี้มาจากสัญญาอื่นเข้ามาด้วยไม่ได้

ข้อเท็จจริงย่อ

พนักงานอัยการฟ้องจำเลยว่าทำให้เสียทรัพย์โดยรื้อถอนโครงเหล็กของป้ายโฆษณา โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายยื่นคำร้องในคดีอาญาเรียกค่าสินไหมทดแทน โดยเรียกทั้งค่าเสียหายจากการรื้อถอนโครงเหล็ก และค่าเสียหายกับค่าเสียโอกาสทางการค้าตามสัญญาสื่อโฆษณา ซึ่งมีมูลหนี้เกิดจากสัญญาเช่าพื้นที่ผนังอาคารพาณิชย์ระหว่างผู้ให้เช่ากับโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ทั้งหมด

เหตุผลของศาล

  1. เมื่อความผิดในคดีอาญาคือทำให้เสียทรัพย์ มูลคดีส่วนแพ่งจึงเป็นการกระทำละเมิด ค่าเสียหายที่ขอได้จึงมีเพียงค่าเสียหายจากการรื้อถอนโครงเหล็กและดอกเบี้ยเท่านั้น
  2. ค่าเสียหายและค่าเสียโอกาสทางการค้าตามสัญญาสื่อโฆษณา มีมูลหนี้มาจากสัญญาเช่าพื้นที่ ไม่ใช่ผลจากการกระทำความผิดของจำเลย จึงเป็นคำขอประการอื่นที่ต้องห้าม
  3. การฟ้องให้รับผิดตามสัญญาเช่าจึงไม่ใช่การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ที่ศาลล่างรับวินิจฉัยมาจึงไม่ชอบ

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทน เพราะ...ได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้" มาตรา 44/1 วรรคสอง บัญญัติว่า "การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องก่อนเริ่มสืบพยาน ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานให้ยื่นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี และให้ถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. และผู้เสียหายอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่งนั้น ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าวต้องแสดงรายละเอียดตามสมควรเกี่ยวกับความเสียหาย และจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง หากศาลเห็นว่าคำร้องนั้นยังขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องแก้ไขคำร้องให้ชัดเจนก็ได้" และมาตรา 44/1 วรรคสาม บัญญัติว่า "คำร้องตามวรรคหนึ่ง จะมีคำขอประการอื่นที่มิใช่คำขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญามิได้และต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำฟ้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์" เมื่อคดีนี้มีการกระทำความผิดในคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ มูลคดีส่วนแพ่งจึงเป็นการกระทำละเมิด ดังนั้น มูลหนี้ละเมิดที่โจทก์ร่วมได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน ย่อมเป็นค่าเสียหายจากการรื้อถอนโครงเหล็กของป้ายโฆษณาที่เกิดเหตุ และดอกเบี้ยในค่าเสียหายจากมูลละเมิดดังกล่าวเท่านั้น แต่ที่โจทก์ร่วมเรียกค่าเสียหายและค่าเสียโอกาสทางการค้าเกี่ยวกับสัญญาสื่อโฆษณา ซึ่งมีมูลหนี้อันเกิดขึ้นจากสัญญาเช่าพื้นที่ว่างเปล่าของผนังอาคารพาณิชย์ระหว่างผู้ให้เช่ากับโจทก์ร่วมมาด้วยจึงเป็นการมีคำขอประการอื่นที่มิใช่คำขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ ดังนั้นการฟ้องให้รับผิดตามสัญญาเช่าจึงไม่ใช่การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับวินิจฉัยมาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ