BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5054/2568

สามีภริยาซื้อที่ดินใส่ชื่อถือกรรมสิทธิ์คนละส่วนเท่ากัน เป็นสัญญาระหว่างสมรสทำให้เป็นสินส่วนตัว

หลักที่ได้

การที่คู่สมรสตกลงจดทะเบียนถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินคนละส่วนอย่างชัดเจนแน่นอน เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ต่อกันในระหว่างสมรส มีผลให้แต่ละส่วนกลายเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย อีกฝ่ายจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอแบ่ง

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์กับผู้ตายเป็นสามีภริยากันและได้ที่ดินมาระหว่างสมรส โดยร่วมกับบุตร 4 คน ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับผู้ขายในวันเดียวกัน และจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์กับผู้ตายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินมีส่วนเท่ากัน ที่ดินเฉพาะส่วนที่ผู้ตายมีชื่อถือกรรมสิทธิ์คือ 1 ใน 6 ส่วน ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้แบ่งทรัพย์สินส่วนดังกล่าวโดยอ้างว่าเป็นสินสมรส โดยจำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์ฎีกา

เหตุผลของศาล

  1. การที่โจทก์กับผู้ตายทำสัญญาซื้อขายในวันเดียวกันแล้วจดทะเบียนใส่ชื่อทั้งสองเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์มีส่วนเท่ากัน ย่อมส่อแสดงว่าทั้งสองตกลงเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ของแต่ละคนโดยชัดเจนแน่นอน
  2. ข้อตกลงดังกล่าวมีลักษณะเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ต่อกันในระหว่างสมรส อันเป็นสัญญาระหว่างสมรส
  3. ผลคือที่ดินส่วนที่เป็นสินสมรสได้ถูกจัดการแบ่งปันให้เป็นสัดส่วนชัดเจน โดยต่างฝ่ายต่างยกส่วนของตนให้แก่อีกฝ่ายเป็นสินส่วนตัว ที่ดินเฉพาะส่วนของผู้ตาย 1 ใน 6 ส่วน จึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ตาย ไม่ใช่สินสมรส โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอแบ่ง
  4. เมื่อเป็นกรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ฎีกาด้วย

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

เมื่อโจทก์กับผู้ตายได้ที่ดินมาระหว่างสมรส โดยร่วมกับบุตร 4 คน ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับผู้ขายในวันเดียวกันและจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์กับผู้ตายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินมีส่วนเท่ากัน ย่อมส่อแสดงให้เห็นว่า โจทก์กับผู้ตายตกลงเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินของแต่ละคนโดยชัดเจนแน่นอน จึงมีลักษณะเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่โจทก์กับผู้ตายได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างสมรสอันเป็นสัญญาระหว่างสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 และมีผลให้ที่ดินส่วนของโจทก์กับผู้ตายซึ่งเป็นสินสมรสได้จัดการแบ่งปันให้เป็นสัดส่วนชัดเจนโดยต่างฝ่ายต่างยกที่ดินส่วนของตนให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย ที่ดินเฉพาะส่วนที่ผู้ตายมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ 1 ใน 6 ส่วน จึงไม่ใช่สินสมรสของโจทก์กับผู้ตาย แต่เป็นสินส่วนตัวของผู้ตายตาม ป.พ.พ. 1471 (3) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองแบ่งทรัพย์สินดังกล่าว และเนื่องจากเป็นกรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 252

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ