คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7754/2568
ประนีประนอมยอมความกับบริษัทประกัน ระงับเฉพาะค่าปลงศพ ไม่ครอบคลุมค่าขาดไร้อุปการะ
หลักที่ได้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ผู้รับประกันภัยทำกับผู้เสียหาย เป็นการยุติข้อพิพาทตามสัญญาประกันวินาศภัยเท่าที่ตนมีหน้าที่ตามกฎหมาย จึงระงับหนี้ละเมิดของผู้ทำละเมิดได้เพียงเท่าจำนวนและรายการที่ตกลงกันไว้ จะขยายผลไปถึงมูลหนี้ละเมิดทั้งหมดไม่ได้
ข้อเท็จจริงย่อ
ผู้ตายถึงแก่ความตายจากการกระทำของจำเลย ผู้ร้องที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับบริษัทผู้รับประกันภัย โดยข้อความในสัญญาระบุเฉพาะค่าสินไหมทดแทนส่วนค่าปลงศพ ไม่รวมค่าขาดไร้อุปการะที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ 70,000 บาท แต่มีข้อตกลงกว้าง ๆ ว่าผู้ร้องที่ 1 จะไม่เรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อบริษัทประกันภัยและผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีกต่อไป โดยให้ถือว่ามูลละเมิดระงับสิ้นไป จำเลยจึงอ้างว่าตนหลุดพ้นความรับผิดทั้งหมด
เหตุผลของศาล
- การที่บริษัทประกันภัยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่ใช่การกระทำเพื่อยุติข้อพิพาทในมูลละเมิดของจำเลย แต่เป็นการยุติข้อพิพาทตามสัญญาประกันวินาศภัยที่ผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ตามกฎหมาย
- เมื่อข้อความในสัญญาระบุเฉพาะค่าปลงศพ จำเลยจึงหลุดพ้นความรับผิดเพียงเท่าจำนวนนั้น ไม่รวมค่าขาดไร้อุปการะและค่าสินไหมทดแทนส่วนอื่น
- หากยอมให้ข้อตกลงกว้าง ๆ มีผลระงับมูลหนี้ละเมิดทั้งหมด จะทำให้บริษัทประกันภัยละเว้นการใช้สิทธิไล่เบี้ยตามกฎหมาย และเป็นการนำเงินค่าเสียหายเบื้องต้นไปใช้ระงับหนี้ละเมิดส่วนอื่น ซึ่งขัดต่อวัตถุประสงค์ของกฎหมายคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
- ทั้งบริษัทประกันภัยก็ไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจกระทำแทนจำเลยที่จะตกลงระงับข้อพิพาทในมูลละเมิดได้
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
เมื่อบริษัทประกันภัยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้ร้องที่ 1 จึงไม่ใช่กระทำเพื่อยุติข้อพิพาทในมูลละเมิดของจำเลย แต่เป็นเรื่องที่กระทำขึ้นเพื่อตกลงยุติข้อพิพาทตามสัญญาประกันวินาศภัย ที่ผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ตามกฎหมาย ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความระบุไว้เพียงเฉพาะแต่ค่าสินไหมทดแทนส่วนค่าปลงศพเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงค่าขาดไร้อุปการะที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นเงิน 70,000 บาท ด้วย จึงมีผลให้จำเลยหลุดพ้นความรับผิดในเงินจำนวนที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างผู้ร้องที่ 1 กับบริษัทผู้รับประกันภัยในค่าปลงศพเท่านั้น ทั้งไม่ได้ตกลงที่จะยุติข้อพิพาทในส่วนค่าสินไหมทดแทนในส่วนอื่นที่จำเลยจะต้องชำระแก่ผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 2 และผู้ร้องที่ 3 ด้วย แม้จะมีข้อตกลงในสัญญาว่า ผู้ร้องที่ 1 ในฐานะผู้รับสัญญาตกลงไม่เรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อบริษัทประกันภัยและผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีกต่อไป โดยให้ถือว่ามูลละเมิดระงับสิ้นไปก็ตาม เมื่อบริษัทผู้รับประกันภัยจะตกลงระงับเพียงข้อพิพาทที่ตนมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น จึงไม่อาจจะกำหนดให้มีผลเกินเลยไปถึงมูลหนี้ละเมิดทั้งหมดได้ มิฉะนั้น จะทำให้บริษัทประกันภัยละเว้นที่จะใช้สิทธิไล่เบี้ยตามกฎหมายจากเจ้าของรถ จำเลยหรือผู้ร้องที่ 2 ในฐานะผู้ขับขี่ ผู้ซึ่งอยู่ในรถ หรือผู้ประสบภัยตามหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมายตามมาตรา 31 ได้ นอกจากนี้ยังมีลักษณะเป็นการนำเงินค่าเสียหายเบื้องต้นที่กำหนดให้จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการศพ รวมทั้งค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างอื่นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในเบื้องต้นไปใช้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความไประงับหนี้ละเมิดในส่วนของค่าสินไหมทดแทนส่วนอื่นได้อีก อันเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ทั้งบริษัทประกันภัยไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจกระทำแทนจำเลยที่จะตกลงระงับข้อพิพาทในมูลละเมิด จึงเป็นการตกลงระงับข้อพิพาทคนละส่วนกับที่จำเลยต้องชำระตามคำพิพากษา
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ