คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8252/2568
ความผิดหลายกรรมเกิดต่างท้องที่ที่เกี่ยวพันกัน พนักงานสอบสวนท้องที่ใดท้องที่หนึ่งมีอำนาจสอบสวน
หลักที่ได้
ความผิดหลายกรรมที่เกิดในหลายท้องที่และเกี่ยวพันกัน พนักงานสอบสวนท้องที่ที่เกิดเหตุย่อมมีอำนาจสอบสวนและโจทก์มีอำนาจฟ้อง ส่วนคำฟ้องที่บรรยายการขู่เข็ญไว้พอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ ก็ไม่ทำให้ฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพาผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กไปเพื่อการอนาจารและกระทำชำเรา โดยขู่เข็ญไม่ให้ส่งเสียงร้องและห้ามไม่ให้บอกผู้อื่น คำฟ้องระบุว่าเหตุเกิดที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งไม่ปรากฏตำบลอำเภอชัดเจน และที่อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เกี่ยวพันกัน ทางพิจารณาได้ความว่าการกระทำครั้งแรก ๆ เกิดที่บ้านมารดาจำเลยในจังหวัดนครราชสีมา ส่วนครั้งอื่นเกิดในเขตอำเภอโนนดินแดง จำเลยต่อสู้ว่าฟ้องไม่ชอบและพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน
เหตุผลของศาล
- คำฟ้องที่บรรยายว่าจำเลยขู่เข็ญห้ามไม่ให้ผู้เสียหายบอกผู้อื่น เพียงพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องจึงไม่เสียไป
- เมื่อการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมและเกิดขึ้นในหลายท้องที่ซึ่งเกี่ยวพันกัน พนักงานสอบสวนท้องที่ที่เกิดเหตุย่อมมีอำนาจสอบสวน และโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง
- ส่วนค่าสินไหมทดแทน เมื่อฟังได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อผู้ร้อง แม้ผู้ร้องไม่ได้ฎีกาในส่วนแพ่ง ศาลฎีกาก็หยิบยกคดีส่วนแพ่งขึ้นวินิจฉัยให้เป็นไปตามผลคดีอาญาได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร และกระทำอนาจารผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยขู่เข็ญไม่ให้ผู้เสียหายที่ 1 ส่งเสียงร้อง และข่มขู่ห้ามมิให้ผู้เสียหายที่ 1 บอกกับผู้อื่น จากนั้นจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 คำฟ้องโจทก์ดังกล่าวเป็นการบรรยายฟ้องว่า จำเลยได้กระทำการขู่เข็ญโดยห้ามมิให้ผู้เสียหายที่ 1 บอกกับผู้อื่น ซึ่งเพียงพอทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว หาทำให้คำฟ้องของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.อ.มาตรา 158 (5) ไม่
โจทก์บรรยายในคำฟ้องว่า เหตุตามฟ้องเกิดที่ตำบลและอำเภอใดไม่ปรากฏชัด จังหวัดนครราชสีมา และตำบลนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เกี่ยวพันกัน ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่า การกระทำความผิดของจำเลยในครั้งที่ 1 และที่ 2 เหตุเกิดที่บ้านมารดาจำเลยที่จังหวัดนครราชสีมา นอกจากนี้ จำเลยยังกระทำความผิดในครั้งอื่นที่บ้านและที่อื่นในเขตอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมและเกิดขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ เกี่ยวพันกัน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร โนนดินแดงซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยตาม ป.วิ.อ.มาตรา 19 (4) และมาตรา 24 (1)
สำหรับค่าสินไหมทดแทนนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อผู้ร้อง แม้ผู้ร้องมิได้ฎีกาในส่วนแพ่ง ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกคดีส่วนแพ่งขึ้นวินิจฉัยเพื่อให้เป็นไปตามผลแห่งคดีอาญาได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตาม ป.วิ.อ.มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ