คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8935/2568
พินัยกรรมยกทรัพย์หมดถือว่าตัดทายาทโดยธรรม แต่ผู้อ้างว่าทรัพย์เป็นของตนยังเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
หลักที่ได้
การทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดมีผลให้ทายาทโดยธรรมที่ไม่ได้รับประโยชน์ถูกตัดมิให้รับมรดก แต่ถ้าผู้นั้นโต้แย้งว่าทรัพย์บางรายการเป็นของตนโดยให้ผู้ตายถือแทน ก็ยังเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ และจะขอให้ตั้งบุคคลอื่นก็ได้
ข้อเท็จจริงย่อ
ผู้ตายทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกทั้ง 12 ลำดับ ให้ผู้ร้อง พ. อ. และ ว. ทั้งระบุว่าทรัพย์สินนอกจากที่ระบุไว้ในพินัยกรรมยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ ว. แต่ผู้เดียว ผู้คัดค้านซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายและไม่ได้รับประโยชน์จากพินัยกรรม ยื่นคำคัดค้านและนำสืบว่าที่ดินทรัพย์ลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 ตามพินัยกรรมเป็นทรัพย์ของผู้คัดค้านเองแต่ใส่ชื่อผู้ตายถือกรรมสิทธิ์แทน โดยขอให้ตั้ง ฐ. ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามเป็นผู้จัดการมรดก มิได้ขอให้ตั้งตนเอง
เหตุผลของศาล
- เมื่อผู้ตายทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมด ย่อมถือว่าทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรม รวมถึงผู้คัดค้านซึ่งเป็นมารดาของผู้ตาย เป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก
- แต่เมื่อผู้คัดค้านโต้แย้งว่าที่ดินลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นทรัพย์ของตนโดยใส่ชื่อผู้ตายถือกรรมสิทธิ์แทน จึงมีข้อโต้แย้งว่าทรัพย์เหล่านั้นเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือไม่ ผู้คัดค้านย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่ร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้
- เมื่อผู้คัดค้านโต้แย้งการจัดการมรดกเฉพาะที่ดินลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อประโยชน์ในการจัดการทรัพย์มรดก จึงให้ผู้ร้องและ ฐ. ร่วมกันจัดการมรดกเฉพาะทรัพย์ลำดับที่ 1 ถึงที่ 4
- ผู้มีส่วนได้เสียย่อมร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามได้ ผู้คัดค้านจึงขอให้ตั้ง ฐ. เป็นผู้จัดการมรดกได้ มิใช่เรื่องเฉพาะตัวที่ผู้คัดค้านต้องเป็นผู้จัดการมรดกด้วยตนเอง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ผู้ตายทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกทั้ง 12 ลำดับ ให้ผู้ร้อง พ. อ. และ ว. ทั้งระบุว่า ทรัพย์สินนอกจากที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ ว. แต่ผู้เดียว จึงเป็นกรณีที่ผู้ตายทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว ถือว่าบรรดาทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรม รวมถึงผู้คัดค้านซึ่งเป็นมารดาของผู้ตาย เป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1608 วรรคท้าย อย่างไรก็ตาม ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและนำสืบว่า ที่ดินทรัพย์ลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 ตามพินัยกรรม เป็นทรัพย์ของผู้คัดค้านแต่ใส่ชื่อผู้ตายถือกรรมสิทธิ์แทน จึงมีข้อโต้แย้งระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านว่า ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือเป็นของผู้คัดค้าน นับว่าผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ดังกล่าว ชอบที่ผู้คัดค้านจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อผู้คัดค้านโต้แย้งการจัดการมรดกเฉพาะที่ดินตามพินัยกรรมลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตาย จึงให้ผู้ร้องและ ฐ. ร่วมกันจัดการมรดกตามพินัยกรรมเฉพาะทรัพย์ลำดับที่ 1 ถึงที่ 4
เมื่อผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมของผู้ตาย ผู้คัดค้านย่อมจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 ได้ ตามมาตรา 1713 วรรคหนึ่ง ผู้คัดค้านจึงร้องขอให้ตั้ง ฐ. เป็นผู้จัดการมรดกได้ มิใช่เรื่องเฉพาะตัวที่ผู้คัดค้านจะต้องเป็นผู้จัดการมรดกด้วยตนเอง
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ