คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8982/2568
ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษไม่ใช่เบี้ยปรับ และไม่คิดดอกเบี้ยตั้งแต่ฟ้อง
หลักที่ได้
ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษมีวัตถุประสงค์ลงโทษและยับยั้ง แตกต่างจากเบี้ยปรับที่คู่สัญญากำหนดล่วงหน้า ศาลอาจกำหนดได้เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพละทิ้งหน้าที่จนเกิดความเสียหายแม้ไม่มีคำขอ แต่ค่าเสียหายชนิดนี้ยังไม่เป็นหนี้เงินขณะฟ้องจึงคิดดอกเบี้ยผิดนัดไม่ได้
ข้อเท็จจริงย่อ
จำเลยรับจ้างว่าความให้โจทก์ แต่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลโดยประมาทและละทิ้งงาน ทำให้โจทก์เสียหายในคดีแพ่งและคดีอาญา ศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดค่าเสียหายและค่าเสียหายเพื่อการลงโทษรวมกันโดยไม่แยกรายการ พร้อมกำหนดดอกเบี้ย ต่อมาศาลฎีกาแยกเป็นค่าเสียหาย 200,000 บาทและค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ 100,000 บาท
เหตุผลของศาล
- เบี้ยปรับเป็นค่าเสียหายที่ตกลงล่วงหน้าเพื่อชดเชย ส่วนค่าเสียหายเพื่อการลงโทษมุ่งลงโทษผู้ก่อความเสียหายและยับยั้งพฤติกรรม จึงใช้หลักลดเบี้ยปรับไม่ได้
- การละทิ้งหน้าที่ของทนายความฝ่าฝืนความรับผิดชอบของวิชาชีพที่ประชาชนไว้วางใจ เป็นทั้งผิดสัญญาและละเมิด ศาลมีดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้แม้ไม่มีคำขอ
- ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษยังไม่เป็นหนี้เงินในวันฟ้อง จึงกำหนดดอกเบี้ยผิดนัดสำหรับส่วนนั้นไม่ได้ และต้องแยกจำนวนให้ชัดเจน
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
เบี้ยปรับเป็นเงินค่าเสียหายที่คู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้า เป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเจ้าหนี้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงินตามที่ตกลงกัน หลักการที่สำคัญของการกำหนดค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดตามสัญญาหรือความรับผิดทางละเมิด คือการชดเชยค่าเสียหายให้กลับคืนเดิมก่อนเกิดสัญญาหรือละเมิด ส่วนค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเป็นหลักการที่ปรากฏอยู่ในกฎหมายเฉพาะอื่นนอกจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเป็นการกำหนดค่าเสียหายเพิ่มเติมจากความเสียหายที่แท้จริง จึงแตกต่างกันที่วัตถุประสงค์ โดยค่าเสียหายเพื่อการลงโทษศาลมุ่งพิจารณาที่การกระทำของผู้ก่อให้เกิดความเสียหายจากผู้กระทำละเมิดเป็นหลักเพื่อการลงโทษสำหรับการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ในขณะเดียวกันเพื่อยับยั้งไม่ให้ผู้อื่นกระทำเช่นเดียวกับจำเลย เพื่อคุ้มครองความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษจึงไม่ใช่เบี้ยปรับและไม่อาจนำมาตรา 383 มาปรับใช้กับการกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้
การกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษนอกจากใช้กับการกระทำละเมิดแล้ว ยังอาจนำไปใช้แก่การผิดสัญญาซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่คู่กรณี เมื่อจำเลยตกลงรับจ้างว่าความให้แก่โจทก์ การปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาของจำเลยต่อโจทก์อยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ. 2528 หมวดมรรยาททนายความ มาตรา 51 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยทำหน้าที่ในศาลด้วยความประมาทเลินเล่อ ละทิ้งงาน เป็นผลให้โจทก์ได้รับความเสียหายในคดีแพ่งและคดีอาญาเป็นการปฏิบัติผิดมรรยาททนายความต่อคู่ความ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำละเมิดและผิดสัญญาเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และเป็นกรณีจำเลยกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 42 วรรคหนึ่ง การจะกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษจำเลยแก่โจทก์หรือไม่และกำหนดให้เพียงใดในจำนวนที่ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายของศาล แม้โจทก์จะไม่ได้มีคำขอ หากศาลเห็นสมควรก็กำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้ คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายและค่าเสียหายเพื่อการลงโทษโดยพิพากษารวมกันมา ไม่ได้แยกแยะให้เห็นชัดเจน ถือได้ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้กำหนดค่าเสียหายมาครบถ้วนแล้ว อย่างไรก็ดี ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดดอกเบี้ยของค่าเสียหายเพื่อการลงโทษมานั้น เมื่อค่าเสียหายเพื่อการลงโทษมิใช่หนี้เงินในขณะยื่นฟ้องที่จะนำมาคิดดอกเบี้ยผิดนัด จึงไม่อาจกำหนดให้จำเลยรับผิดดอกเบี้ยของค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเรื่องค่าเสียหายให้ชัดเจนขึ้นโดยเห็นควรกำหนดเป็นค่าเสียหาย 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อปี และค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ 100,000 บาท
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ