BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1678/2569

ค้ำประกันอย่างลูกหนี้ร่วมก่อนแก้กฎหมายปี 2557 ยังผูกพัน / กฎหมายสหกรณ์เป็นกฎหมายเฉพาะให้หักเงินเดือนผู้ค้ำได้

หลักที่ได้

สัญญาค้ำประกันที่ตกลงรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและสละสิทธิเกี่ยง (ม.688-690) ซึ่งทำก่อน พ.ร.บ.แก้ไข ป.พ.พ. (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ ยังผูกพันผู้ค้ำประกัน และ พ.ร.บ.สหกรณ์ ม.42/1 เป็นกฎหมายเฉพาะ ให้สหกรณ์แจ้งหักเงินเดือนผู้ค้ำประกันตามหนังสือยินยอมได้โดยไม่อยู่ใต้บังคับ ม.686 ที่แก้ใหม่

ข้อเท็จจริงย่อ

ข้าราชการสองคนค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์ให้เพื่อนเมื่อปี 2556 โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและทำหนังสือยินยอมให้หักเงินเดือน ต่อมาผู้กู้ผิดนัด สหกรณ์แจ้งต้นสังกัดหักเงินเดือนผู้ค้ำโดยไม่บอกกล่าวก่อน ผู้ค้ำจึงฟ้องเรียกเงินคืนฐานลาภมิควรได้

เหตุผลของศาล

  1. สัญญาค้ำประกันทำเมื่อ 13 มกราคม 2556 ก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 (ซึ่งห้ามตกลงให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม) มีผลใช้บังคับ ข้อตกลงจึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและผูกพันคู่สัญญา
  2. หนังสือยินยอมให้หักเงินเดือนตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ ม.42/1 เป็นข้อตกลงตามกฎหมายเฉพาะเพื่อประโยชน์กิจการสหกรณ์ ไม่อยู่ภายใต้ ป.พ.พ. ม.686 (ใหม่) และกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องบอกกล่าวผู้ค้ำก่อนแจ้งหักเงิน
  3. เมื่อผู้กู้ผิดนัดแล้ว การหักเงินเดือนผู้ค้ำจึงมีมูลอันจะอ้างตามกฎหมาย ไม่ใช่ลาภมิควรได้ที่จะเรียกคืนได้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

โจทก์ทั้งสองสมัครใจทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้ โดยมีข้อตกลงยอมรับผิดกับผู้กู้อย่างลูกหนี้ร่วม ยินยอมให้ผู้ให้กู้หักเงินรายได้จากหน่วยงานต้นสังกัดชำระหนี้ได้ทันทีเมื่อผู้กู้ผิดนัดผิดสัญญา สละสิทธิที่จะยกประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาขึ้นต่อสู้ กับยอมสละสิทธิเกี่ยงให้ผู้กู้ชำระหนี้ก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 688, 689, 690 ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2556 ก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 ข้อตกลงดังกล่าวไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและมีผลผูกพันคู่สัญญาโดยชอบ และเมื่อพิจารณาหนังสือยินยอมหักเงินได้ตามความในมาตรา 42/1 แห่ง พ.ร.บ.สหกรณ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 ... พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 42/1 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้แตกต่างจากบทบัญญัติใน ป.พ.พ. มาตรา 686 (ใหม่) อันมีเจตนาบัญญัติเพิ่มเติมขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการของสหกรณ์ให้สามารถลุล่วงไปได้ มีลักษณะเป็นกฎหมายเฉพาะ จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 686 (ใหม่) ... ประกอบกับมาตรา 42/1 มิได้บัญญัติว่าการแจ้งให้หักเงินเพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นจำเลยต้องบอกกล่าวไปยังโจทก์ทั้งสองก่อน จำเลยจึงไม่จำต้องบอกกล่าวแจ้งให้โจทก์ทั้งสองทราบก่อนที่จะแจ้งให้ต้นสังกัดของโจทก์ทั้งสองหักเงิน ดังนั้น จำเลยย่อมอาศัยข้อตกลงตามหนังสือยินยอมหักเงินได้แจ้งให้ต้นสังกัดของโจทก์ทั้งสองหักเงินของโจทก์ทั้งสองเพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันตามการค้ำประกันได้ การหักเงินของจำเลยจึงเป็นการหักเงินไว้โดยมีมูลอันจะอ้างตามกฎหมาย ไม่ใช่ลาภมิควรได้ที่โจทก์ทั้งสองจะฟ้องเรียกคืนได้

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 31 ส.ค. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ